29
Sep
13

ประวัติศาสตร์ของเรา


อาทิตย์ที่แล้ว ผมต้องไปอัดเทปแนะนำตัวในรายการแฟนพันธุ์แท้แห่งปี ทีมงานให้เตรียมของที่คิดว่าจะเป็นตัวแทน หรือเป็นเครื่องราง ของที่ระลึกที่แสดงความเป็นตัวตนของตัวเองติดตัวไป เป็นปัญหาหนักอกพอสมควรสำหรับผม หนึ่งเพราะไม่เคยมีเครื่องรางใดๆ และ สองโดยส่วนตัว ไม่ได้สะสมอะไรมากมาย จะมีก็แต่หนังสือ ซึ่งคงไม่ได้โดดเด่นนัก

หากว่าจะถามว่าอะไรเป็นแรงบัลดาลใจจริงๆให้ผมรักเรื่องจีนๆ คำตอบที่ผมสงสัยว่าจะใช่ที่สุดคงไม่พ้นพ่อของผมเอง แต่ความสนใจเรื่องจีนๆของผมกว่าจะเริ่ม ก็เป็นช่วงที่ท่านกำลังจะจากไปแล้ว จะว่าไปหลายครั้งจังหวะชีวิตก็เป็นแบบนี้

ผมนึกถึงกองหนังสือจีนเก่าๆของพ่อผม จำได้ว่าตอน ม.ปลาย กับช่วงมหาลัย ผมมักไปลองเปิดดู ดูด้วยความสนใจ ทั้งที่ไม่เข้าใจ แต่หลังจากได้เรียนภาษาจีนกลับไม่ได้มีโอกาสไปเปิดดูอีกเลย

พอเปิดตู้ออกมา กลิ่นหนังสือกองนี้ก็กระตุ้นความทรงจำเก่าๆก็กลับมา

กองหนังสือยี่สิบกว่าเล่ม มีตั้งแต่ พจนานุกรมแต้จิ๋ว สมุดโน๊ตจดสูตรเคมี จนถึงกลอนจีนที่พอผมจดไว้ในกระดาษแผ่นหนึ่งซึ่งคั่นอยู่ในหนังสือเรียนภาษาไทยสำหรับคนจีน

ใบจำนำตู้เย็น ลงลายมือชื่อพ่อผมแทรกอยู่ในหนังสือโรบินสัน ครูโซ่ ฉ.ภาษาจีน ทำให้ผมนึกถึงตอนผม 7-8 ขวบ นอนดูทีวีอยู่ดีๆ แล้วพ่อผมก็มายกทีวี 14 นิ้วเพื่อเอาไปจำนำ เชื่อว่าน้อยคนคงเดาความรู้สึกนั้นออก เพราะความรู้สึกของผมในจังหวะนั้น คือไม่รู้สึกอะไรเลย ทีวีไม่มีแล้ว ก็ออกไปเล่นกับเพื่อนบ้าน…. ง่ายๆ ตามภาษาเด็ก

แต่ความรู้สึกของเด็กนั้นในวันนี้ที่ผ่านเวลาไปอีกกว่า 20 ปี ที่อยากรู้ความรู้สึกของพ่อที่ต้องยกทีวีที่ลูกตัวเองดูอยู่ในวันนั้น มันไม่ง่ายนัก

แล้วก็นึกถึงที่แม่ผมเคยเล่าให้ฟังว่า ต้องไปโรงจำนำแทนพ่อผมอยู่บางครั้งเพราะพ่อผมไม่อยากให้ใครเห็น(แต่อย่างน้อยตั๋วจำนำใบนี้ ก็เป็นพ่อผมไปเอง)

พลิกดูอีกเล่ม เป็นภาพสเก็ตซ์ที่พ่อผมสเก็ตซ์ไว้ มีทั้งภาพวาดตามภาพจากพงศวดารจีน และภาพนก ผีเสื้อ….สัตว์ต่างๆในศิลปภาพพู่กันจีน

พ่อผมวาดภาพพวกนี้ตอนอายุเท่าไหร่ ตอนนั้นอายุมากหรือน้อยกว่าผมในตอนนี้ คำถามค่อยๆผุดขึ้นมา ลงเอยที่คำที่พ่อผมเคยพูดว่า “ขยันอ่านหนังสือหรือออกไปเล่นบ้าง อย่ามัวแต่มานั่่งๆนอนๆวาดรูป” ต่อด้วยการบ้านภาษาจีนที่ผมเขียนเล่าถึงพ่อผมในการบ้านว่า “ในที่สุดผมก็ชอบวาดรูปอยู่ดี เพราะเด็กๆย่อมเรียนจากสิ่งที่พ่อแม่ทำ ไม่ใช่เพียงสิ่งที่พ่อแม่พูด พ่อผมวาดรูปให้ผมเห็น แถมวาดถึงดึกดื่น ผมจะไม่ชอบวาดรูปได้อย่างไร” ชีวิตของพ่อผมหยุดไป แต่เหมือนผมยังได้คุยกับพ่อผมอยู่เนืองๆ

สิ่งที่ผมเตรียมไปไม่ได้ใช้ในรายการครับ อาจด้วยความเร่งรีบ หรือโปรดิวเซอร์เปลี่ยนแนวคิด
อย่างไรก็ตาม มันทำให้ผมรู้สึกถึงคำว่า “เป้าหมายอาจไม่ใช่สิ่งที่มีคุณค่าสูงสุด แต่สิ่งที่อยู่ระหว่างทางไปสู่จุดหมายต่างหาก” การหาครั้งนี้ผมกลับได้ย้อนนึกถึงความรู้สึกต่างๆมากมาย

 

ถ้าไม่เคยรู้สึกถึงความขัดสนเลย จะขยายไปเข้าใจความรู้สึกของกบฎชาวนา หรือเด็กน้อยจูฉงปา ได้อย่างไร
ถ้าไม่เคยเข้าใจความรู้สึกต้อยต่ำ พ่ายแพ้ และโดนหยามเหยียด จะขยายไปเข้าใจความรู้สึกของหานซิ่นวัยหนุ่ม หรือเซี่ยงอวี่ที่ริมน้ำอูเจียง ได้อย่างไร
แล้วถ้าไม่เคยรู้สึกถึงความยากลำบาก จะขยายไปเข้าใจถึงความหอมหวานของผู้ชนะด้วยการฝ่าฟันในอดีตได้อย่างไร

ประวัติศาสตร์เป็นเรื่องใกล้ตัว เพียงคุณหันไปคุยกับพ่อแม่เมื่อมีโอกาส คุณก็จะได้พบกับประวัติศาสตร์ของตัวเอง

Advertisements

2 Responses to “ประวัติศาสตร์ของเรา”


  1. October 13, 2013 at 7:19 pm

    สมุดภาพเล่มนี้เป็นสมบัติที่มีค่าจริง ๆ ครับ… สวยงาม เรียบง่าย และอบอุ่น
    คุณพ่อต้องภูมิใจในตัวคุณอ๋องมากแน่ ๆ

    • October 13, 2013 at 9:24 pm

      ขอบคุณครับ :)


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s


ยินดีต้อนรับเข้าสู่โลกของการแบ่งปันและเรียนรู้ครับ ถ้าถูกใจ Subscribe ได้เลยครับ

30 เรื่องล่าสุด

Enter your email address to subscribe to this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 46 other followers

Flickr Photos

More Photos

%d bloggers like this: