23
Aug
12

นิทานพื้นบ้านจีน ความรัก และเสรีภาพ


หลายคนคงคุ้ยเคยกับวรรณกรรมเอกทั้ง 4 เรื่องของจีนอยู่บ้าง ซึ่งก็คือ
สามก๊ก, ไซอิ๋ว, ผู้ยิ่งใหญ่แห่งเขาเหลียงซาน และความฝันในหอแดง

แต่ในวันนี้ เราจะพูดถึงเรื่องที่เล็กและซับซ้อนลงกว่านั้น ซึ่งก็คือนิทาน
พื้นบ้านที่โด่งดัง 4 เรื่องเอก ของจีนครับ

ทั้ง 4 เรื่องคือ

– หนุ่มเลี้ยงวัวกับสาวทอผ้า
– เหลียงซานป๋อ กับ จู้อิงไถ(ม่านประเพณี)
– นางพญางูขาว
– เมิ่งเจียงหนวี่(ร้องไห้หน้ากำแพงเมืองจีน)

หนึ่งในนั้นเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้องกับวันนี้ในปฎิทินจันทรคติ ซึ่งคือวันที่ 7 เดือน 7
ในปฎิทินจันทรคติของจีน และถือเป็นวันแห่งความรักของจีน( Chinese Valentine’s Day)

อันที่จริงก็น่าแปลกใจอยู่ที่นิทานพื้นบ้านทั้ง 4 เรื่องที่ถือว่าเป็น 4 เรื่องดังของจีน
ล้วนเกี่ยวข้องกับความรัก ถ้ายกเรื่องไหนขึ้นมาพร้อมระบุวันเวลาเข้าไปก็กลายเป็น
วันวาเลนไทน์จีนได้หมด

นอกจากนี้ทั้ง 4 เรื่องยังมีจุดร่วมกันอีกหลายอย่าง ทั้งเป็นเรื่องความรักของ
ปัจเจกชนหนุ่มสาว ที่พยายามฝืนสภาวะอันบีบคั้นและกักขังอิสระภาพของรักแห่ง
ปัจเจกชน

– หนุ่มเลี้ยววัว รักฝืนกฎเจ้าแม่ กับสาวทอผ้า
– เหลียงซานป๋อ รักข้ามชนชั้น กับจู้อิงไถ
– นางพญางูขาว รักแหกมติสวรรค์ กับสวี่เซียน(พระเอกของเรื่อง)
– เมิ่งเจียงหนวี่ รักปลดแอกการกดขี่จากชนชั้นปกครอง กับสามีที่ตกเป็นทาสแรงงาน

จุดร่วมอีกอย่างคือ ทั้งสี่เรื่อง จบลงด้วยโศกนาฎกรรม… เกือบเรียกได้ว่าไม่มีคู่ไหน
ได้สุขสมหวัง

– หนุ่มเลี้ยววัวกับสาวทอผ้า ถูกเจ้าแม่ลงโทษ

– เหลียงซานป๋อ กับจู้อิงไถ ตายตกไปตามกันด้วยช้ำรัก(เรื่องนี้ได้ชื่อว่าโรมิโอและ
จูเลียตในโลกตะวันออก-โดยนายกโจวเอินไหลเป็นผู้นิยาม)

– นางพญางูขาว ถูกจับขังในเจดีย์ ต้องยกความดีความชอบให้น้องงูเขียวภายหลัง
ช่วยให้้งูขาวและสวี่เซียนและลูกได้อยู่พร้อมหน้า (ส่วนตัวผมเชื่อว่าเพราะมีลูกมา
เกี่ยวข้อง เลยยังกลับมาอยู่ร่วมกันได้ สไตล์จีน)

– เมิ่งเจียงหนวี่แย่หน่อย สามีล้มหายตายจากไปแต่กลางเรื่อง บั้นปลายทำได้แต่
ร้องไห้ประท้วงแล้วฆ่าตัวตายด้วยการเดินลงทะเล

ซึ่งถ้านิทานพื้นบ้านทั้ง 4 เรื่อง มีฟังก์ชั่นให้ข้อคิดสะกิดใจแบบที่นิทานพื้นบ้านไทย
จะต้องมี คงจบลงด้วย….

“เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ประเพณี กฎเกณฑ์ทางสังคม และชนชั้น ของเราชาวจีนไม่ว่า
ปัจเจกชนไหนก็ยากจะข้ามพ้นไปได้”

ความรักของจีนคงใกล้สีดำตามศอพระศิวะ มากกว่าสีแดงซึ่งกลายเป็นตัวแทนของ
ความ”เฮง”ของจีน สีแดงที่เห็นในงานแต่งจีนก็เป็นสีมงคลของตระกูล เป็นสีของลูก
เต็มบ้านหลานเต็มเมือง ไม่ใช่สีของความรู้สึกส่วนตัวบ่าวสาวแต่อย่างใด

อันที่จริงจะว่านิทานพื้นบ้านของจีนโหดร้ายกว่าชนชาติอื่นก็ใช่ที่ เพราะเอาเข้าจริง
นิทานเจ้าหญิงเจ้าชายทั้งหลายของฝรั่ง ก็มาจากนิทานพื้นบ้านอันโหด ดิบ
โดยดัดแปลงและเสแสร้งฉากจบแบบแฮปปี้เอนดิ้งลงไป ที่แท้เรื่องอันสวยงาม
ทั้งหลายมีที่มาจาก….

เงือกน้อยตรอมใจตายกลายเป็นฟองคลื่น เจ้าหญิงนินทราถูกข่มขืนลูกคนหนึ่ง
ผิวดำ อีกคนผิวขาว เจ้าหญิงผมยาวถูกตะเพิดออกจากวังเพราะป่องเกินชุด
เจ้าหญิง ฯลฯ

ฟังดูแล้วของจีนละมุนขึ้นเยอะเลย

รักอย่างเสรี รักของหนุ่มสาวปัจเจกชน จึงเป็นปรากฎการณ์แบบแทปเลทแจกใหม่
โดยถ้วนทั่วไม่ถึงสองร้อยปีดีนัก ถ้าไม่นับอุปสรรคทางชนชั้นแบบอ่อนๆของสังคม
ยุคใหม่ หรือสังคมหลงยุคในบางประเทศบางสังคม

แทปเลทแจกฟรี ยุคแรกที่ได้มาผู้คนอาจตื่นเต้นดีใจ หรือตกใจต่อต้าน แต่พอ
แจกฟรีนานไป ผู้คนก็อาจจะเมินเฉย ไม่เห็นคุณค่า ทิ้งขว้าง และเห็นเป็นของตาย

ความรักแบบเสรียุคแรกก็เช่นกัน ความตื่นเต้น ตกใจ สะท้อนมาในนิทาน และงาน
นวนิยายยุคใหม่ ที่เงือกน้อยในที่สุดก็ได้กับเจ้าชาย พจมานได้กับชายกลาง ดาว
พระศุกร์ได้กับคุณภาคย์ เป็นความรักประเภท…

“รู้ว่าเสี่ยงแต่ยังต้องของลอง”

ไม่นานนักความรักแบบปัจเจกเสรี ก็กลายเป็นของตายในสายตาผู้คนและหนุ่มสาว

จะไม่ให้เป็นของตาย ก็ต้องเห็นคุณค่าและเข้าใจอยู่เสมอว่าไม่ง่ายที่จะได้มา ได้มี
และได้อยู่ในสภาวะแบบนี้

นี่เองหละมั้งที่ทำให้เรื่อง”หนุ่มเลี้ยงวัวกับสาวทอผ้า” ถูกเลือกให้เป็นตัวแทนวันแห่ง
ความรักของจีน เพราะอย่างน้อยแม้ทั้งคู่โดนกักขังโดยมติเจ้าแม่ แต่ก็มีโอกาสพบ
กันทุกวันที่ 7 เดือน 7 ของทุกปี อย่างน้อยก็เป็นความรักที่ยังไม่จบลง…

“รู้ว่าลำบากแต่ก็ยังมีโอกาสเอื้อมถึง”

และก็โชคดีอีกอย่างที่ว่า แบ็คกราวน์ของเรื่องหนุ่มเลี้ยงวัว ไม่ได้มีสาวโรงงาน
ทอผ้ามากหน้าหลายตาใช้ท้องนาเป็นทางเดินผ่านกลับบ้าน หรือบนสวรรค์ของ
สาวทอผ้าไม่ได้เต็มไปด้วยงานรำวงกันตรึม ที่จัดกันครึกครื้นตามก้อมเมฆเปล่า
ระหว่างวิมาน

ไม่เช่นนั่น สังคมที่มีเสรีภาพมากขึ้น เราอาจไม่ได้เห็น หนุ่มเลี้ยงวัวและสาวทอ
ผ้า อดทนรอเพื่อมาพบกันในวันแห่งความรักเพียง 1 วันใน 1 ปี

และเทพบุตรกันตรึมและสาวโรงงานในโลกเสรี คง งง และตั้งคำถามกับทั้งคู่ว่า
จะรอไปทำไม… ทำชีวิตดราม่าเป็นนิทานไปได้

เห็นคุณค่าของความรัก ในวันแห่งความรักนะครับ


2 Responses to “นิทานพื้นบ้านจีน ความรัก และเสรีภาพ”


  1. August 23, 2012 at 10:10 pm

    เป็นความรักประเภท…
    “รู้ว่าเสี่ยงแต่ยังต้องของลอง” นี่ใช่เพลง Big Ass – เล่นของสูง
    “รู้ว่าเสี่ยงแต่คงต้องขอลอง” หรือเปล่าครับ :)

    หนุ่มเลี้ยงวัวและสาวทอผ้า สมัยนี้คงไม่มีแล้วครับ ไม่ต้องถึงขนาด 1ปี หรือ 1วันเลยครับ
    1 ชั่วโมงไม่ได้ เฟสหรือไลน์ หากัน ก็จะแย่แล้ว

    • August 30, 2012 at 11:25 am

      ใช่แล้วครับ เพลงบิ๊กแอส :D
      เดี๋ยวนี้อะไรก็แดกด่วนไปหมดจริงๆ แม้แต่ความรัก


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s


ยินดีต้อนรับเข้าสู่โลกของการแบ่งปันและเรียนรู้ครับ ถ้าถูกใจ Subscribe ได้เลยครับ

30 เรื่องล่าสุด

Enter your email address to subscribe to this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 45 other followers

Top Clicks

  • None

Flickr Photos

More Photos

%d bloggers like this: