02
Jul
11

เรื่องว่าว- จากรวมผลงานคัดสรรของหลู่ซวิ่น


IMG_3111

ฤดูหนาวในปักกิ่ง บนพื้นยังคงมีกองหิมะ กิ่งไม้สีเทาดำเสียบค้ำกลางฟ้าคราม แต่ว่าวตัวสองตัว

ที่ล่องลอยกลางฟ้าน่าสนุกนั้น สำหรับข้าพเจ้านั้น เป็นทั้งความประหลาดใจและความหดหู่

ฤดูว่าวของที่นี่ คือเดือนสองใบไม้ผลิ หากได้ยินเสียงลมหวีดหวิวของล้อลม เมื่อเงยหน้าขึ้น

จะต้องได้เห็นว่าวปูสีเทาอ่อน หรือไม่ก็ว่าวตะขาบสีน้ำเงิน และยังมีว่าวปักเป้าโดดเดี่ยว

ไร้เสียงหวีดหวิว ทั้งยังล่อนอยู่ต่ำ โดดเดี่ยว ผอมแห้ง และด้อยแรง

แต่ ณ เวลานี้ ทั้งสนามเต็มไปด้วยต้นไม้ผลิใหม่ ภูเขาในยามเช้าเต็มไปด้วยดอกไม้ออกดอก

เทียบเคียงกับภาพเด็กๆบนฟ้านั่นก็นับว่าเข้ากันได้ดี กลายเป็นภาพอันอบอุ่นของวันใบไม้ผลิ

เวลานี้ข้าพเจ้าอยู่ไหนหละหรือ รอบด้านยังคงเป็นฤดูหนาวอันยะเยือก ซึ่งเพราะข้าพเจ้าได้จากลาวันแห่ง

ใบไม้ผลิของถิ่นบ้านเกิด ซึ่งควรเกิดขึ้นก่อนนานมากแล้ว แต่ ณ ที่นี่กลับเพิ่งเริ่มต้น ณ เวลานี้

แต่ไหนมาข้าพเจ้าไม่เคยเล่นว่าว ไม่ใช่แค่ไม่ชอบเท่านั้น ทั้งยังรังเกียจนัก ด้วยเข้าใจว่า

นี่เป็นเครื่องเล่นของพวกเด็กไม่เอาถ่านเล่นกัน และคนที่ตรงกันข้ามกับข้าพเจ้าก็คือน้องชาย

ของข้าพเจ้าเอง

ในตอนนั้นเขาอายุสักประมาณสิบขวบ ป่วยกระเสาะกระแสะ ผอมซะไม่มี แต่ชอบเล่นว่าวมาก

ตัวเองไม่มีเงินซื้อ ทั้งข้าพเจ้าก็ไม่ยอมให้เล่น เขากลับได้แต่อ้าปากเล็กๆค้างเติ่ง

มองตะลึงไปที่ท้องฟ้า บางครั้งมองอยู่ครึ่งค่อนวัน และเมื่อว่าวปูที่ลอยล่องอยู่ก็พลันตกลงมา

เขาร้องดีใจเมื่อว่าวปักเป้าสองตัวพันเกี่ยวเข้าด้วยกันกลางท้องฟ้า ก็กระโดดโลดเต้นดีใจ

เขาในตอนนั้น สำหรับข้าพเจ้านั้นดูช่างน่าสมเพช…ไม่เอาถ่าน

IMG_3103

ครั้งนึง ข้าพเจ้าพลันนึกขึ้นมาได้ นานมาแล้วที่เราไม่ได้พบกัน แต่ยังจำภาพหลังจากที่เขา

เก็บกิ่งไม้ไผ่ที่สวนหลังบ้านได้ ข้าพเจ้าโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ วิ่งเข้าไปที่ห้องเก็บของเล็ก

ผลักประตูเข้าไป

ภาพที่ได้พบคือเขากำลังเหลาอะไรซักอย่างอยู่ หันหน้าเข้าม้านั่งใหญ่ ตัวนั่งอยู่ที่เก้าอี้เตี้ย

แล้วตกใจลุกยืนขึ้นมา สีหน้าซีดเผือก ที่ด้านข้างม้านั่งมีโครงว่าวผีเสื้อ ยังไม่ได้หุ้มกระดาษ

ส่วนบนม้านั่งมีล้อลมทำเป็นตาผีเสื้ออยู่คู่หนึ่ง กำลังถูกประดับด้วยกระดาษใกล้เสร็จเรียบร้อย

ข้าพเจ้าในความลำพองใจที่จับได้ ทั้งยังโกรธเมื่อเห็นภาพนี้เข้าเต็มตาที่ มานั่งแอบหลบซ่อน

ทำของเล่นของพวกเด็กไม่เอาถ่านอย่างนี้ จึงยื่นมือคว้าโครงปีกข้างหนึ่งของว่าวผีเสื้อหักทิ้ง

ทั้งนำล้อลมโยนลงพื้น เหยียบทิ้งเสีย ว่าด้วยทั้งเรื่องอายุ และกำลังเขาไม่มีทางสู้ข้าพเจ้าได้

แน่นอนว่าผลคือ ข้าพเจ้าได้รับชัยชนะอย่างราบคาบ


จากนั้นจึงเดินออกมา ทิ้งเขาให้หมดหวังอยู่ในห้องเล็กๆห้องนั้น หลังจากนั้นเขาเป็นอย่างไร

ข้าพเจ้าไม่รู้ และไม่คิดจะสนใจ…

แต่ทว่าโทษทัณฑ์ที่เข้าพเจ้าได้ทำไว้ก็ได้มาถึงตัวข้าพเจ้า เมื่อข้าพเจ้าจากบ้านมานานมากแล้ว

ย่างเข้าวัยกลางคน โชคไม่ดีโดยบังเอิญที่ได้อ่านหนังสือนอกเล่มหนึ่งที่ว่าด้วยเด็กๆ ถึงได้รู้ว่าการเล่น

ของเด็กๆ คือพฤติกรรมปกติของการพัฒนาการ ของเล่นคือเทวดาน้อยของเด็กๆ ดังนั้นสิบสองปี

ที่ไม่ได้คิดถึงฉากที่ว่าด้วยการรุกรานจิตวิญญานความเป็นเด็กนั้น จึงกลับมาชัดเจนในหัวขึ้นมาอีกครั้ง

แล้วหัวใจก็เหมือนกับถูกถ่วงด้วยก้อนตะกั่ว จมลงจมลงอย่างหนักอึ้ง

และใจก็ยังคงดิ่งลงเรื่อยๆเช่นนั้นไม่เลิกรา ยังคงจมลึงลงไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ

ข้าพเจ้าก็รู้วิธีชดเชยปมความผิดมาบ้าง… ส่งให้ว่าวเขาเป็นของขวัญ กลับไปชื่นชมในสิ่งที่เค้าได้ทำ

หรือกลับไปเล่นด้วยกัน เล่นไป วิ่งไป หัวเราะไป เพียงแต่ตอนนี้อายุอนามของเขาก็ย่างใกล้ข้าพเจ้านี่แหละ

ไว้หนวดซะแล้วด้วย

ข้าพเจ้ายังรู้อีกวิธีที่จะชดเชย คลายปมในใจ เพียงรอเขาพูดว่า “ผมไม่โทษพี่หรอก” ถ้าได้อย่างนั้น

จิตใจข้าพเจ้าคงได้คลายทุกข์ นี่น่าจะเป็นวิธีที่ทำได้ในตอนนี้แล้ว

ครั้งหนึ่ง เมื่อเราจะมีโอกาสได้พบกัน ในเวลาที่บนหน้าเราทั้งคู่มีร่องรอยของการผ่านร้อนผ่านหนาวมา

เนิ่นนาน แต่ในใจข้าพเจ้ายังหนักอึ้ง ข้าพเจ้าค่อยๆพูดถึงเรื่องในอดีตขึ้นมา แล้วบรรยายถึงช่วงเวลานั้น

กล่าวขึ้นมาว่าในตอนนั้นตนช่างงี่เง่า “ผมไม่โทษพี่หรอก” ผมนึก แล้วหลังจากนั้นจิตใจข้าพเจ้าก็จะได้รับ

การปลดปล่อย หลังจากได้ยินประโยคนั้น ทุกอย่างคงเป็นไปด้วยดี

“มีเรื่องแบบนี้ด้วยหรอ พี่” เขาหัวเราะใส่ข้าพเจ้าอย่างประหลาดใจ หน้าตาเหมือนกำลังได้ฟัง

เรื่องของคนอื่นอยู่…ทำไมเขาจึงลืมมันไปซะหละ

ลืมไปหมดสิ้น ไม่เหลือปมอะไรในใจ แล้วจะมีคำอะไรที่แสดงถึงการยกโทษให้อีกหละ

หมดปมหมดแค้นแล้วพูดอะไรออกมาก็เปล่าประโยชน์

IMG_3118

ข้าพเจ้ายังเรียกร้องอะไรได้อีกหละ จิตใจของข้าพเจ้าก็ได้แต่หนักหน่วงอยู่ฝ่ายเดียว

เวลานี้ ใบไม้ผลิที่บ้านเดิมเราเริ่มเข้ามาปกคลุมท้องฟ้าแล้ว ทำให้ข้าพเจ้าระลึกถึงวัยเด็กอันพ้นผ่าน

ทั้งยังนำมาซึ่งความเศร้าที่ไม่คงอยู่อีกแล้ว สู้ข้าพเจ้าหลบไปที่ฤดูหนาวอันยะเยือกเสียดีกว่า

รอบกายช่วงกลางฤดูหนาวนี้ กำลังให้ทั้งลมหนาวและความยะเยือกแก่ข้าพเจ้า

——————————————————————————————–

Advertisements

2 Responses to “เรื่องว่าว- จากรวมผลงานคัดสรรของหลู่ซวิ่น”


  1. July 2, 2011 at 6:12 pm

    ผมชอบบทนี้ของหลู่ซวิ่น เพราะทำให้สัมผัสได้ว่าคนที่เขียนเรื่องนี่ได้ ต้องเป็น
    คนที่อ่อนโยน แต่เข้มงวด อย่างที่ทุกคนพูดถึงหลู่ซวิ่น

    หลู่ซวิ่นเลือกที่จะเป็นนักเขียนแทนที่จะเรียนหมอต่อไป เขาได้ช่วยช่วยรักษา
    และนำทางและปลุกเร้าจิตวิญญานของนักต่อสู้จำนวนมากบนโลกใบนี้

    เป้นเ้จ้าของวาทะที่เปรียบตนเป็นวัวงานของแนวความคิดสังคมนิยม…

    หลังจากที่ผมโตขึ้นมาได้สักพักรู้สึกได้ว่า การจะรู้จักใครก็ตามที่ชีวิตได้ผ่านโลก
    นี้ไปแล้ว ทำได้โดยการอ่านสิ่งที่เขาเหล่านั้นเคยเขียน แม้อาจจะไม่ใช่ร้อยทั้งร้อย
    เมื่อได้สัมผัสตัวตนเขาก็ตาม แต่ก็ต้องยอมรับว่าเป็นมุมหนึ่งของเขา แต่เผลอๆ
    เราอาจได้พบมุมที่เขาไม่เคยแสดง ออกมาให้ใครเห็นเลยตลอดชีวิตด้วยซ้ำไป

    บทนี้เป็นมุมหนึ่งซึ่งนอกเหนือการเมืองยุคเปลี่ยนผ่าน คิดว่าอยากให้ทุกคนได้
    อ่านดูเผื่อจะได้รู้จักนักคิดนักเขียนที่ยิ่งใหญ่ แต่ถ่อมตัวคนหนึ่งในโลกหนังสือ


Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s


ยินดีต้อนรับเข้าสู่โลกของการแบ่งปันและเรียนรู้ครับ ถ้าถูกใจ Subscribe ได้เลยครับ

30 เรื่องล่าสุด

Enter your email address to subscribe to this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 46 other followers

Flickr Photos

More Photos

%d bloggers like this: