Archive for the 'บทความภาษาจีน-中文文章' Category

05
Dec
12

陈安邦的作业II – 最长的文章《泰国的国王》。


该文章是我下个学期在北京为了准备口头考试而写。实话说该文章的内容是我曾经在泰国写过的一部分,是泰文的。那时是在泰国国庆节时贴在网页里。写成汉语时因为知识不够好才剪掉好多内容。不过如此,我也尽力而为用心写的最接近。希望能懂汉语的朋友们会感到

我的想法。感到与想法好像不应该用在一起的吧。感到该用于情绪但是想法配动词的话可能跟“懂”这个字才差不多。

 

反正我自己认为我写过所有的文章都是想法和感觉两拼。分不开的。而且我还认为人的想法经常通过想着情绪经验的一部分流出来。该文章也不例外。所以如果方便的话读完之后请你留些言。

 

该文章关于泰国的国王。泰国政府把他的生日(12月5号)当成国庆节,也是父亲节,后者可能是按照泰国传统政治制度的思想《父亲对待孩子制度》。

 

趁最近就要到12月5号为个好机会,该文章放在 FB 上。

 

泰国人的思想就是东方人的思想支系。拿个《父亲对待孩子制度》来分析一下,一般认为总是把父亲这个词放在谁的身上谁都是好人,至少得对他的孩子好。其实大家都知道世界上好父亲虽很多,但坏的也有,一般也有,三成坏七成好也有。可是如果是坏的话,为了避免父亲这个词被占污就说不该叫他人为父亲了。

 

说明了父亲这个词是包含了崇拜的感觉。当然也包含了不少的承担。

 

现在如果知当家庭几个人口的好父亲是很难的了。能担当国家的好父亲肯定是相当之难。特别是在家里的孩子们有好多种人,好多要求。 不过对于国家之父说难就难,说易就易。因为经过了慢长时间它就定成制度,只做到系统标准就算是可以了吧。而且社会还给他了一些优惠。

其实无论是哪个国家的制度都给领导们一些优惠,不奇怪。那就坐在宫殿里只按照已经固定了系统享受优惠行不。。。也很难回答,我个人认为最关键的是要看情况。就以中国历史来看也好,其他国家的国王也好,大家就能看到,最后每一朝的皇帝国王看起来也不能肯定是以好坏程度来淘汰他们。不过可以肯定的是在社会潮流变动的时代当中当领导们是最难不过。  就这最近几十年前到一百年前也算是世界社会的大变动时代。好多父亲被孩子打败了,有的得罪了孩子而败,有的不知不觉就败了。好也有不好也有,不过也有些父亲还值得肯定他是个好父亲。

 

我认为现在泰国的国王是老百姓的好父亲。他已经收到好多泰国人的信仰。不过我认为过渡的信仰也有风险。所谓信仰,就是个双刃刀。信仰的好处就先拿革命时代来说起吧,连不知道革命的老百姓或以为 Revolution 是人的名字的法国老爷们儿还能为他贡献好多力量,或者离开血腥一点儿,信仰会把你的身体从很方便的城市里到了很艰苦的道路为保护动物,团结救灾。不过如果带你去的领导们没受到信仰的活,大量的成功就很难得到啊。反过来说,如果领导受到我们的信仰而且政策也是对的。大量的成功就在我们的眼前了。

 

过度的信仰呢?就是把人当神,他所做所说的都对,都完美。谁说我信仰的人不对就是我的敌人。这个特别危险,而且危险在于被信仰的人。因为它就是人一定有想不开的事儿,解决不了的问题,控制不了的条件,还有另一个能肯定的是,总是人一定不会做到各个事情都完美。至于在人心里中的神仙。。也可能可以的。此条件之差别就是他人的危险。做不到完美的,过度信仰集团就会逼你说“完美!”“最好不过!”,说不完美就不是我的集团,“敌人”“右派”(我在左边)“左派” (我在右边)“中派”反正我就不在你那)等等。孩子们就产生了冲突,窝里斗啊,家庭暴力打起来了!也很有可能会有一些太有心眼儿的孩子们暗暗地利用这场战争。不孝之子。比如四人帮 等!

 

过度信仰孩子也对父亲的心理也很不利,就能引起父亲的嚣张慢性病。后果不用说吧。孩子们打架,父亲越来越嚣张,糟糕不堪。

 

说起来好像他们是个太没道理的集团,不过我觉得每个人的某些方面都会有这样的行为,至少暗暗的藏在心理中。你呢?问过自己吗?注意过吗?找到的活一点也不奇怪,因为咱们都是人!

 

那好人是怎么样呢?我不解释了。我很相信除了没有道理的那个人我们还有能够感觉到好人是怎么样那个人坐在我们的心理中。

 

所以我写这篇文章时。我就想形容不夸张的事实,也想展出电视里万岁口号外的新资料,可以说是从我小到大时候注意到他的几件事儿,后来把它连在一起才发现他的心理其实很坚持考仔细虑过的想法,因为我写的是从我的看法,分析,做出所以如果有什么错误就都是我个人的错误!请谅解。我认为虽然不能把握我对资料的看法十分准确,但是与其跟随别人说好说坏不如自己分析决定。所以很希望泰国读者得到一些新资料,外国朋友也能够增加关于泰国的知识。

 

谢谢!

泰国的国王

————————————————————————————–

泰国的国王

 

泰国的国王,是泰国人民最佩服的人物。我看过他亲笔画的画儿,听过他创作的音乐和歌曲,度过他编写的书,看过他亲自派的照片以及听说过他参加帆船比赛的故事,总之,他是位有惊人才能的国王。

 

不过作为国王只有才能还是不够使老百姓崇拜的,他也是位温和善良和有眼光的国王。  其实在小时候他算是风度翩翩的男孩子,在十八九岁时他并不知道自己是将来的国王,但是就被泰国人们当作泰国国王了。

 

一九七八年,泰国公主第一次来中国,她来了以后,写了一本书,在那本书里有一部分我忘不掉,。。。在一次会见邓颍超的时候,中方代表团团长向公主说“中方想请泰国国王的家人来中国”,公主的回答让我有点儿吃惊,她回答的是“谢谢贵方的邀请,我的家人都希望有机会去中国,不过至于国王恐怕不行,应为他曾经说过,儿女长大以后他再也不想出国了,由于泰国还有很多贫穷地区,他想向贫穷老百姓靠拢,亲自了解老百姓的困难,与其抽出时间出国,不如抽出时间看望老百姓,至于有关的国外工作都让儿女们代表他出国。

 

这句话让我很吃惊因为我从来也没注意过国王很长时间没有出国。后来我问了很多泰国朋友,他们也不知道,只是到的是看到新闻转播国王的事时,总是看到他在贫穷的老百姓中,尤其是遥远贫穷的农村。

 

一九九七年,泰国成为经济发展最快的国家之一,但主要的推动力不是从农村来,是从商业和工业来的。不过每一次转播国王的新闻,听到他说的内容都是提醒我们,泰国的是农业国,只发展商业和工业不算是真正的发展的,应该惦记

着农村。没有发展农村等于没有自强,是一种危险的发展。

 

但连政府也没注意到他的提醒,以为前面是铺满鲜花的光明大道。很多投资者不留意的投资,不断的上涨的股票吸引很多人盲目的投入,有大人毫不犹豫把所有的钱都变成了股票。

 

经济发展的洪流中,有一天我看到国王访问老挝的新闻,老挝是泰国的友好国家,也是农业国。为了帮助老挝农民他去推广新的农业技术。他站在田地中一只手拿着地图,另一只手拿着铅笔,胸前有一个照相机,是我们常常看到的

国王,不过这次他在老挝,我暗暗想,为什么他有出国了呢?

 

不过多久,泰国果然发生了他规模经济危机,因为盲目投资,很多公司都倒闭了,大家都心灰意冷。这样一来,泰国的政府和老百姓才知道国王的眼光是正确发展之路。

 

后来我才知道那时候国王去老挝不是因为改变了初衷,其实他说他不想出国的目的依然没有改变,帮助邻居国家的农民也是为了泰国农民,因为使用同一条河农民,农业,农村解决了,才能有自强,才能有全国发展,这是泰国

国王的目的,是他的眼光。

12
Sep
12

เหตุใดพวกเราจึงไม่ควรทารุณสัตว์ โดยอ.อี้จงเทียน


บทความนี้เขียนโดย อ.อี้จงเทียน ซึ่งออกมาช่วงที่มีกระแสการต่อต้านการทารุณสัตว์ ซึ่งเกิดจากข่าวการผลิดยาจีนโดยใช้ดีหมี ซึ่งกรรมวิธีคือการขังหมีให้นอนในกรงแคบๆ และเจาะท่อร้อยสายยางออกมา เพื่อผลิตดีหมีออกมาให้ได้โดยไม่ได้ฆ่าหมี และยังมีข่าวอีกมากมายถึงการทารุณสัตว์ ในฐานะของเมืองไทยเราอาจอธิบายหรือทำให้ผู้คนเกรงกลัวกันด้วยบาปกรรม(ซึ่งอาจไม่ได้ผลในทางลับหลังแล้วในสังคมยุคนี้) แล้วในจีนแผ่นดินใหญ่ ซึ่งประชากรส่วนใหญ่ไม่นิยมนับถือศาสนาอีกต่อไป อะไรคือสิ่งยึดเหนี่ยวที่ทำให้เราไม่ควรกระทำทารุณต่อสัตว์

 

เหตุใดพวกเราจึงไม่ควรทารุณสัตว์

我们为什么不能虐待动物 

1. ความเห็นใจ คือคุณธรรมขั้นพื้นฐาน คือธรรมชาติด้านดีของมนุษย์

ไม่นานมานี้ เสียงเรียกร้องต่อต้านการทารุณสัตว์ยิ่งดังขึ้นทุกวัน ผู้คนต่างต้องถามว่า “ทำไมหละ”?

นี่ต้องพูดให้ชัดเจนก่อน ว่าทำไมพวกเราถึง”ทารุณ”สัตว์ไม่ได้? ทำไมกันหละ ก็เพราะว่าในธรรมชาติมนุษย์นั้น มีสิ่งหนึ่งที่เป็นคุณธรรมขั้นพื้นฐาน และก็เป็นจุดกำเนิดของ”ความเห็นใจ” พูดถึง”ความเห็นใจ” ก็คือจิตเมตตาที่ทนไม่ได้ที่จะเห็นคนอื่นต้องทนทุกข์ทรมาน ดังนั้นจึงอาจเรียกได้ว่าเป็น”ความเมตตา” ตามทัศนะของเมิ่งจื่อ นี่คือความดีที่มาจากธรรมชาติของการเป็นมนุษย์ คำโบราณว่า “มีความเห็นใจกัน ผู้คนย่อมปรองดอง” คนๆหนึ่ง หากมีจิตใจเช่นนี้แล้ว ก็มีโอกาสที่จะเป็นคนดีได้ ในทางตรงกันข้าม ถ้าหากขาดไป ก็จะปั่นป่วนได้ ดีไม่ดีก็จะ”เลวกว่าเดรัจฉาน”เสียอีก

一,恻隐之心,是道德的底线,人性的天良

最近,反对虐待动物的声音,一浪高过一浪。人们不禁要问:为什么呀?

这就先得说清楚,我们为什么不能接受“虐待”。为什么呢?就因为人性中有一条道德的底线,同时也是起点,叫“恻隐之心”。所谓“恻隐之心”,就是不忍心看着别人受苦受难受折磨的善心,所以又叫“不忍之心”。按照孟子的观点,这是人性中与生俱来的天良,故曰“恻隐之心,人皆有之”。一个人,只要有这份心,他就有可能成为一个好人。相反,如果没有,就麻烦大了。弄不好,会“禽兽不如”。

แต่ว่า นี่เกี่ยวกับการทารุณสัตว์ตรงไหนกันหละ? ก็เพราะความเห็นใจความเมตตา ที่แท้มีรากฐานมาจากจุดเดียวกัน คือการเอาใจเขามาใส่ใจเรา เห็นอกเห็นใจ คิดถึงใจผู้อื่น คนๆนึง ทำไม่จึงทนไม่ได้ที่จะเห็นคนอื่นได้รับทุกข์ทรมาน ว่ากันถึงแก่น ก็เพราะตัวเองไม่อยากจะได้รับทุกข์เช่นนั้น อย่างเช่น ตัวเองไม่อยากโดนเผาจนตาย จึงทนไม่ได้ที่จะเห็นคนอื่นโดนเผา นี่เรียกว่า ”ไม่อยากถูกกระทำในสิ่งใด ก็อย่าทำสิ่งนั้นแก่ผู้อื่น”(คำขงจื่อ)

但,这跟不虐待动物又有什么关系呢?因为恻隐之心或不忍之心,其实有一个心理依据,即将心比心、由此及彼、推己及人。一个人,为什么不忍心看着别人受苦受难受折磨?说到底,就因为自己不想受这活罪。比方说,自己不愿被烧死,才不忍心烧死别人。这就叫“己所不欲,勿施于人”。

ปัญหาก็คือ “ไม่อยากถูกกระทำในสิ่งใด” ง่าย แต่”อย่าทำสิ่งนั้นแก่ผู้อื่น” ยาก นี่เป็นสิ่งที่ต้องบ่มเพาะ และเพื่อให้การบ่มเพาะได้ผล ยังต้องนำเอาธรรมชาติด้านดีในเรื่องความเมตตา มาผลักดันจาก “ไม่อยากถูกกระทำสิ่งใด” ไปสู่ “อย่าทำสิ่งนั้นแก่ผู้อื่น” ในตอนนั้น เมิ่งจื่อพูดถึง “ความเห็นใจ”ได้ยกตัวอย่างขึ้น ซึ่งก็คือ กษัตริย์ ฉีเซวียนหวาง “กลัวจนตัวสั่น เมื่อเห็นวัวที่กำลังถูกฆ่าบูชายัญ เพราะต้องตายแม้ไร้ความผิด” กับวัวยังเป็นเช่นนี้ กับหมากับหมี ก็เหมือนกัน

问题是,“己所不欲”易,“勿施于人”难。这就需要培养。而且,为了保证培养成功,还得把这善心和天良,从“勿施于人”扩展到“勿施于物”。当年,孟子讲“恻隐之心”,举出的例证,就是齐宣王对一头将死的牛,表示“不忍其觳觫(吓得发抖),若无罪而就死地”。牛如此,狗和熊,也一样。

บางทีอาจจะมีคนถามว่าถ้าหากกรณีสัตว์ทำอันตรายหรือคุกคามมนุษย์หละ ต้องทำดีกับมันหรือ ก็ต้องทำ แม้ว่าจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ อย่างเช่นกรณีโรคระบาด สัตว์พาหะนำโรคอย่างหนูระบาด ก็ไม่สามารถฆ่าล้างมันได้ เพราะอะไร? ก็เพราะการฆ่าก็คือการทารุณ การทารุณก็คือความโหดร้าย ไม่ใช่แค่โหดร้ายกับคนหรือสัตว์ แต่ก็เป็นความโหดร้ายต่อตัวเองด้วย คุณคิดดู การทารุณต่างๆยังทำได้ ยังมีอะไรที่จะทำไม่ได้อีกหรือ ดังคำที่ว่า “ หากทำเช่นนี้ได้ ก็ไม่มีอะไรที่ทำไม่ได้อีกแล้ว”(คำขงจื่อ)

或许有人会问:如果动物侵犯了人权,威胁到人的生存呢?也要善待吗?也要。即便万不得已,比如出现了鼠疫、鼠灾,也不可虐杀。为什么?因为虐杀即虐待,虐待即残忍。不仅是对别人或动物的残忍,也是对自己的残忍。你想嘛,虐待的事情都做得出来,还有什么做不出来?正所谓“是可忍孰不可忍”。

แท้ที่จริง คนๆนึง ถ้าหากไม่คิดว่าการทารุณเป็นเรื่องใหญ่ ขั้นต่อไป ก็อาจเห็นเรื่องนี้เป็นเรื่องบันเทิงได้ ถึงตอนนั้น เขาก็จะหมดสิ้นซึ่งความเป็นมนุษย์ ดังนั้น จึงจำเป็นต้องต่อต้านการทารุณ การกำจัด อย่างเช่น ในสถนาการณ์ที่หลีกเลี่ยงการประหารชีวิตได้ ก็ต้องไม่ให้มีโทษถึงขั้นแล่เนื้อ ผ่าท้อง ตัดหัว ในสถานการณ์ที่หลีกเลี่ยงโทษประหารไม่ได้ ก็ไม่ให้มีการทรมานคนผิด แน่นอน กับสัตว์ก็เช่นกัน ถึงแม้สัตว์นั้นจะเป็นแค่หนูอัปลักษณ์ตัวหนึ่ง

事实上,一个人,如果不把虐待当回事,下一步,就有可能以此为乐。这时,他就会完全丧失了人性。所以,必须反对虐待,反对虐杀。比方说,在不得不保留死刑时,坚决废止凌迟、腰斩、砍头等方式;在无法避免战争和执刑时,决不虐待俘虏和犯罪嫌疑人。当然,也不虐待动物,哪怕它“丑恶”如老鼠。

2. แม้แต่หนูก็ยังเห็นใจ จึงเป็น”ความเห็นใจ”ที่แท้จริง

二 只有彻底到连老鼠都能同情,才真正是有“恻隐之心”

เขียนมาถึงตรงนี้ ผมคิดถึงบทความของหลิวอวี๋ บทความที่ว่าคือ “หนู, โทษฐานที่เป็นพยานวัตถุ” (ปี2006 เดือน 4 วันที่ 21, นิตยสารบุคคลแห่งแดนใต้” ในบทความกล่าวว่า มีหนูตัวหนึ่ง ถูกดักด้วยกาวดักหนูที่วางไว้ในห้องครัว พยามดิ้นเฮือกสุดท้ายหนีความตาย นี่ทำให้เธอคิดถึงหนูอีกตัวที่ติดอยู่กับกาวดักหนู ร้องระงมอยู่สองวันจึงตายไป เธอยังคิดถึงเมื่อตอนเธอยังเด็ก มีหนูตัวหนึ่งถูคุณตาข้างบ้านเธอเอาน้ำร้อนเทลวกจนตาย

写到这里,我想起刘瑜的一篇文章,标题叫《老鼠,作为证据》( 2006年4月21日《南方人物周刊》)。文章说,有一只老鼠,在厨房里被粘板粘住了,垂死挣扎。这让她想起了另一只也是被粘住的老鼠,叫了两天才死去。她还想起自己小时候,有一只老鼠被邻居老爷爷用开水烫死了。

เรื่องนี้มีอยู่ทั่วไปไม่ว่าที่ไหน และก็อาจเป็นเรื่องที่เป็นปกติ ก็คือการกำจัดหนูธรรมดา เหมือนกับจะไม่มีอะไรผิด ผู้เขียนก็ไม่ได้บอกว่าไม่ถูกไม่ควร สิ่งที่ทำให้เธอทนไม่ได้ก็คือ หนึ่ง เกิดเป็นหนู ก็ใช่จะเป็นความผิดของมัน สอง ถ้าหากจะให้ตาย ทำไมไม่ให้มันตายอย่างเป็นสุขซักหน่อย ให้มันไม่ต้องทรมานซักหน่อยจะได้มั๊ย? ในบทความยังกล่าวว่า “ถึงเป็นหนูสกปรกก็เจ็บปวดเป็น หมดหวังเป็น และก็ยังดิ้นรนทุรนทุรายเอาชีวิตรอด ที่แย่กว่านั้นก็คือ ความเจ็บปวดของมัน สื่อมาถึงคุณได้ด้วย”

这些事搁在任何地方,可能都稀松平常。灭鼠嘛,好像没什么不对,作者也没说不该。让她受不了的是:一,生而为鼠,并不是它的过错。二,如果一定要死的话,为什么不能让它死得痛快一点,不那么备受折磨呢?文章说:“便是‘龌龊’如一只老鼠,也会痛,也会绝望,也会挣扎。更糟的是,它的痛,也会传染给你。”

พูดตามจริง ผมประทับใจในบทความนี้มาก ผมไม่คิดว่า ความเห็นใจของคนจะมีให้กระทั่งหนูตัวหนึ่ง คนจำนวนมาก(รวมถึงผมด้วย) มองเห็นหนูเป็นสิ่งสกปรก อัปลักษณ์ เป็นวายร้ายที่ต้องจับตาย ก็อย่างคำที่บอกว่า “หนูวิ่งข้ามถนน ผู้คนต่างร้องให้รุมตี” ไม่ใช่หรือ ในเมื่อจำเป็นต้องกำจัดทิ้ง จะไปสนใจอะไรว่าจะกำจัดด้วยวิธีไหน?

说实话,这篇文章让我很感动。我没有想到,一个人的恻隐之心竟会及于一只老鼠。在许多人(也包括我)看来,老鼠是肮脏的、丑陋的、作恶多端和死有余辜的。不是说“老鼠过街,人人喊打”么?既然必须消灭,又何必管它怎么死呢?

แต่ว่าพวกเรา..ไม่ใช่ พูดถึงผมคนเดียวละกัน กลับไม่เคยคิดมาก่อนว่า เกิดมาเป็นหนู ก็ใช่จะเป็นความผิดของมัน และก็ไม่เคยคิดมาก่อน ว่าถึงมันจะ “มีโทษถึงตาย” ก็ไม่ได้หมายความว่าควรจะไปทรมานมันให้ตาย แต่หลิวอวี๋คิดได้ นี่ทำให้ผมรู้สึกสลด ใช่ สลดใจ เพราะว่ามีแต่จิตที่แม้แต่หนูยังต้องเห็นใจ จึงจะเป็น”ความเห็นใจ”ที่แท้จริง

但我们,不,就说我吧,却从来没有想过,生而为鼠,并不是它的过错;也没有想过,即便它“罪该万死”,也不意味着就该折磨至死。然而刘瑜想到了,这让我感到惭愧。是的,惭愧!因为只有彻底到连老鼠都能同情,才真正是有“恻隐之心”。

3. ความเห็นใจ ต้องเริ่มต้นจากการทำดีต่อสัตว์

三 恻隐之心,要从善待动物做起

ที่จริง ขนาดการตายอันทารุณของหนูยังทนไม่ได้ จะทารุณคนได้หรือ? นี่คือจิตใจของกษัตริย์(จากเมิ่งจื่อ บท เข้าเผ้าเหลียงฮุ่ยหวาง) คนๆหนึ่ง วันนี้ทารุณหนู พรุ่งนี้ก็ไปทารุณสุนัข จากนั้นก็อาจจจะทารุณคน ดังนั้น เพื่อรับรองว่าคนจะไม่โดนทารุณ จำเป็นต้องต่อต้านการทารุณสัตว์ นี่ไม่ใช่อะไรที่เรียกว่า “สิทธิสุนัข” หรือ “สิทธิสัตว์” แต่คือ “สิทธิมนุษยชน” เป็นความสัมพันธ์ระหว่างคนด้วยกัน เป็นปัญหาสังคม

的确,连老鼠的惨死都于心不忍的,还会虐待人吗?是心足以王矣(《孟子•梁惠王上》)!相反,一个人,今天能虐待老鼠,明天就能虐待狗,后天就可能虐待人。因此,为了保证人不受虐待,必须反对虐待动物。这不是什么“动物福利”或者“狗权”(动物权),反倒是“人权”,是人与人的关系,是社会问题。

ที่จริงแล้ว ทนไม่ได้ที่จะเห็นการตายโดยไม่มีโทษ ทนไม่ได้ที่จะต้องเห็นการถูกทารุณจนตาย ก็คือพื้นฐานทางจิตวิทยากับพื้นฐานทางธรรมชาติของมนุษย์ ของการปกครองสังคมแบบยุคสมัยใหม่กับสิทธิมนุษยชน อย่างเช่น สังคมนาๆชาติต่างออกปฎิณญาห้ามทรมานเชลย ห้ามทรมานนักโทษ ห้ามทรมานสัตว์ ผมไม่เคยลืมรายการๆหนึ่งของ CCTV ที่มีฉากนักเรียนของมหาวิทยาลัยแพทย์ แบกเปล อุ้มกระต่าย จูงสุนัข เข้าไปที่ห้องทดลอง อธิบายว่า เปลสนามเตรียมไว้ให้สุนัข กระต่ายไม่ต้อง  ซึ่งก็คือกระต่ายจะไม่มีชีวิตออกมาแล้ว

事实上,不忍心其无罪而死,不忍心其折磨至死,正是现代社会法治与人权的心理基础和人性基础。比方说,国际社会一致公认不能虐待俘虏,不能虐待犯人,不能虐待动物。我永远不能忘记中央电视台的一期节目:医学院的学生们带着担架,拎着兔子牵着狗,走向实验室。解说词说:担架是为狗准备的,兔子没有,这意味着兔子将不再生还。

ตอนท้ายของสารคดี เหล่าอาจารย์และนักศึกษาแพทย์ทำป้ายรำลึกให้กับสัตว์ทดลอง เชงเม้งแต่ละปี พวกเขาจะมาวางดอกไม้ นี่ไม่ใช่การทำเพื่อให้ดูดี แต่คือความเคารพในชีวิตอื่น ในสถานการณ์ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ จะต้องรู้ว่า มีเพียงแต่ความเคารพในชีวิตทุกชีวิต จึงจะสามารถเคารพในชีวิตของตนเองได้

影片的结尾,是师生们为实验动物建立了纪念碑。每年清明,他们会去献上鲜花。这不是虚伪,而是人类在不得已的情况下,对生命尽可能的尊重。要知道,只有尊重一切生命,才能最后真正尊重人自己。

ดังนั้น “ความเห็นใจ” ต้องเริ่มต้นจากการปฎิบัติต่อสัตว์ และมีเพียงแต่เมื่อถึงจุดที่ผู้คนทั้งหมดต่างทนไม่ได้ที่ทารุณสัตว์ ความสัมพันธ์ปรองดองระหว่างมนุษย์ด้วยกันจึงดำรงอยู่ได้อย่างแท้จริง มิเช่นนั้นแล้ว สิ่งที่จะถูกบังคับให้นอนบนเตียง แล้วเอาตับเอาไต รีดน้ำดีออกมาใช้ ก็อาจจะเป็นหนึ่งในเราๆท่านๆก็เป็นได้

因此,恻隐之心,要从善待动物做起。而且,只有当所有人都不再忍心虐待动物时,人与人之间的和谐关系才能真正建立起来。否则,下一个被按倒在床,挖肝取肾抽胆汁的,没准就是我们自己。

เรื่องการทารุณสัตว์ยังคงเป็นบททดสอบพวกเรา บททดสอบธรรมชาติด้านดีและจิตใจของพวกเรา และก็เป็นบททดสอบแห่งความเป็นชนชาติจีนของพวกเรา

虐待动物的事件在拷问着我们。拷问着我们的天良和人性,也拷问着我们的国民性!

 

11
Sep
12

วันครูจีน อี้จงเทียน กับบทถามตอบในงานสัมมนาครูชนบท


วันครูจีน ผมขอนำบทความจากบล็อก อ. อี้จงเทียนมาฝากครับ ในบทสนทนานี้ ถ้าใครได้สัมผัสกับจีน ณ ปัจจุบัน คงจะ
เข้าใจมากยิ่งขึ้นในมิติหลายๆด้าน ที่สะท้อนออกมาในคำถามคำตอบเหล่านี้ เช่นเรื่อง “ปัญหาการศึกษาจีน” ข้อถกเถียง
เรื่อง”ศรัทธา”ของชาวจีน การ”เอ็นทรานซ์” รวมถึงบทบาทของ พ่อ แม่ ครู นักเรียน ในสังคมจีนในปัจจุบัน

เพื่อให้ทุกคนมองเห็นจีนที่เป็นจีน และได้สัมผัสอีกด้านหนึ่งของบทสนทนาของสังคมครูในจีนครับ

——2012年8月5日“爱飞翔乡村教师培训活动”上海答问

2012 เดือน 8 วันที่ 5
คำถามใน “งานสัมมนาครูชนบท” ที่เซี่ยงไฮ้

ถาม – อ.อี้จงเทียนรู้สึกอย่างไรกับคำว่า “ครูและศิษย์เรียนรู้ไปด้วยกัน?

อี้จงเทียน – ตามความเข้าใจของผม ก็คือครูและศิษย์พัฒนาไปพร้อมๆกัน ตามประสบการณ์ของผม
ลูกศิษย์ช่วยพัฒนาครู มักจะเป็นช่วงที่เขามีคำถาม ถ้าหากสอนเสร็จแล้ว ลูกศิษย์ถามคำถามขึ้น ผม
รู้สึกว่าเป็นคำถามที่ไม่น่าถาม ก่อนอื่นผมจะสำรวจตัวเองก่อน ว่าการบรรยายของผมมีปัญหารึเปล่า?
มุมมองของผมมีปัญหารึเปล่า ตัวผมเองบรรยายไม่ชัดเจนรึเปล่า ถ้าหากการบรรยายมีปัญหา ก็สามารถ
แก้ไขได้เลย แต่หากมุมมองมีปัญหา นั่นก็ต้องกลับมาขบคิด ผมก็จะพัฒนาตัวเองขึ้นได้มาก….

ขอบคุณสำหรับคำถามครับ

问:易先生您怎么看待“教学相长”?

易中天:我的理解,就是老师和学生互相启发。根据我个人的经验,学生启发老师,往往就是他提问的时候。如果一堂课下来,学生提一个问题,我觉得是不该问的,首先我就会自我反省,是不是我的表述有问题,是不是我的观点有问题,是不是我自己都没有搞清楚。如果是表述有问题,当场就可以解决。如果观点有问题,那就要回去反思,我很可能就进步了。

谢谢你的问题!

ถาม – อ.อี้จงเทียน สวัสดีครับ ผมเป็นครูชนบท ในฐานะอาจารย์ พวกเราควรจะเพิ่มคุณภาพการศึกษา
ได้อย่างไรครับ?

อี้จงเทียน – ผมรู้สึกว่าลำพังกำลังของพวกเราแต่ละคนคงยังไม่พอสำหรับการเปลี่ยนแปลง แล้วผมเอง
ก็ยังไม่อยากวิจารณ์การศึกษาของจีนในตอนนี้ เพราะจะทำให้พวกคุณกลับไปเจองานยากเปล่าๆ แต่ผม
เชื่อข้อนึง คนที่มาในวันนี้ต่างรักในการเป็นครู ผมเชื่อในจุดนี้

มีคนจำนวนมากเคยถามผม ทำไมสอนแต่ละทีต้องลงแรงขนาดนั้น? การสอนก็แค่เพื่อประทังชีวิตไม่ใช่
หรือ? คุณจะลงแรงขนาดนั้นไปทำไม? ผมตอบว่า ผมลงแรงผมถึงมีความสุข ใช่ ผมก็เป็นครูรับจ้าง เป็น
งานใช้ฝีมือ คนที่ใช้ฝีมือจะต้องเคารพในฝีมือตัวเอง นี่คือข้อแรก ข้อที่สอง พวกเราเป็นครูชีวิตก็ลำบาก
พออยู่แล้ว ตอนที่ผมเพิ่งจบใหม่ๆ บ้านพักเป็นแฟลทแบบคอมมูน ไม่มีห้องน้ำในตัว จะทำกับข้าวต้องออก
มาตั้งเตาอยู่ที่ทางเดิน ใช้ชีวิตขนาดนี้ ถ้าหากในห้องเรียนยังมาทำรันทด ผมจะเอาชีวิตชีวาจากไหนกัน
ผมต้องทำให้การสอนเป็นเรื่องน่าสนุก แล้วก็มีแต่ตัวผมสนุกเท่านั้น นักเรียนถึงจะสนุกไปด้วย นักเรียน
สนุกแล้ว ผมถึงสนุก ผมเลยต้องทำให้การเข้าเรียนเป็นเรื่องสนุก(เสียงปรบมือ)

ผมจะฝากคำพูดให้ทุกท่านไว้ประโยคนึง “เราเปลี่ยนแปลงระบบไม่ได้ แต่เราทำให้ห้องเรียนของเรามี
ความสุขได้”

ขอบคุณทุกท่านครับ

问:易老师您好,我是一名乡村老师。作为老师我们应该如何去进行素质教育?

易中天:我觉得我们每个个人的力量其实是微不足道的,而且我也不想批评中国教育,免得你们回去不好弄。但是我相信一点,今天来的人都是热爱教师这份工作的,我相信这个。

曾经有很多人问我:为什么你在课堂上那么起劲?教书不就是个混饭吃的事儿吗?你那么投入干什么?我说:我投入才快乐。是的,我就是个教书匠,就是个手艺人。手艺人是要尊重自己手艺的,这是第一点。第二,我们当老师的已经够苦的了。我刚毕业的时候,住在筒子楼,没有卫生间,做饭在走廊里面搭个炉子烧蜂窝煤。日子都过到这个份上了,如果工作还苦哈哈的,我怎么活?我必须把教书当做一件快乐的事情来做。而且只有我快乐了,学生才会快乐;学生快乐了,我才会快乐。我一定要把上课变成快乐的事情。(掌声)

我送给诸位的一句话:体制我们是改变不了的,但可以把自己的课变得快乐。

谢谢各位!

ถาม – เมื่อครู่ที่คุณพูดถึง “ปัญหาในการสอน” ผมเห็นด้วยอย่างยิ่ง แต่ในระบบการศึกษาที่เป้าหมาย
อยู่ที่การสอบ ในฐานะครูชนบท เราจะกระตุ้นให้เด็กถามคำถามได้อย่างไรครับ?  ขอบคุณครับ

อี้จงเทียน – ขอบคุณครับ ผมรู้สึกว่านี่ไม่ใช่ปัญหา เพราะว่าผมเชื่อว่าในโลกนี้ไม่มีเด็กคนไหนไม่ถาม
คำถาม จริตของเด็กก็คือต้องถามคำถาม เพียงแต่ว่าจริตแบบนี้มักถูกปิดกั้น ผู้ปกครองและครูมักจะ
บอกกับพวกเขาว่า หนูไม่ควรจะถาม หนูไม่ต้องถาม หนูถามไม่ได้ คำถามที่หนูถามน่าหัวเราะ เป็น
อย่างนี้ก็กลายเป็นไม่กล้าถามต่อ หลังจากนั้นเขาก็จะเสียความมั่นใจ คุณอยากจะคิดหาหนทางให้
เค้าถามอีกก็เป็นไปไม่ได้แล้ว

ดังนั้นคุณบอกเด็กๆว่า คำถามอะไรก็ถามได้ ไม่เป็นไร แล้วคุณก็บอกได้อีกว่า การไม่เข้าใจไม่ใช่
เรื่องน่าอับอาย ไม่เข้าใจก็ถาม นี่แสดงว่าหนูอยากรู้ ต้องชื่นชมเขา หลังจากนั้นยังต้องบอกกับผู้ปกครอง
อยากปิดกั้นคำถามของเด็ก ตอบไม่ได้ไม่เป็นไร ตอบไม่ได้ก็บอกว่า “ครูตอบไม่ได้จริงๆ ปัญหานี้ครู
ก็ไม่รู้ รอครูรู้คำตอบแล้วจะบอกหนูดีมั๊ย” เด็กจะต้องตอบว่า “ดีครับ” แน่ เด็กไม่บอกหรอกว่า “ปัญหา
แค่นี้ยังตอบไม่ได้ เป็นครูภาษาอะไร” เด็กๆเป็นเด็กดีทั้งนั้น

แน่นอน การตอบคำถามก็ต้องใช้สติปัญญาด้วย ซึ่งต้องใช้ประสบการณ์จริงในการสะสมทักษะนี้
แต่มีข้อนึงที่ผมรู้สึกว่าสำคัญมาก ก็คือ ต้องตอบตามความจริง มีคนบอกว่าเป็นไปไม่ได้หรอก คุณไม่
พูดโกหกเลยได้หรือ ผมบอกว่าผมทำได้ เพราะผมมีวิธี ก็คือผมจะเก็บคำจริงที่ไม่เหมาะสมไว้กับตัว
Immanuel Kant เคยกล่าวไว้ว่า “เราต้องพูดความจริง แต่ไม่ใช่หน้าที่ของเขาที่จะต้องเอาความจริง
ออกมาพูดให้หมด” บอกส่วนหนึ่ง เก็บไว้ส่วนหนึ่ง ที่พูดออกมาก็ยังคงเป็นความจริง

ถูกต้อง บางครั้งนี่ก็เป็นเรื่องของเทคนิค มีการบรรยายครั้งหนึ่ง หัวหน้าแผนกนั่งอยู่หน้าแถว กลุ่ม
ชาวบ้านต่างนั่งด้านหลัง ตอนนั้นก็มีคนไม่เอาด้วย บอกว่าใช้สิทธิ์อะไรมานั่งหน้า ผมก็บอกไปว่า
“ตามความเข้าใจของผม ที่เค้าจัดที่แบบนี้ ก็เพราะพวกเค้าเห็นว่าหัวหน้าฝ่ายต้องเรียนหนักที่สุด”

มักจะมีคนบอกกับผมว่า อี้จงเทียน ที่คุณเขียนมันผิดแล้ว เมื่อเจอสถานการณ์นี้ ก่อนอื่นผมควรจะ
เผชิญความจริง ถ้าหากผมผิดจริงๆ อย่างแรกก็คือ “สำนึก” ต่อมาคือ “ขอโทษ” ขอโทษกับผู้อ่าน
ทั้งหลาย แล้วก็ “ขอบคุณ” กล่าวขอบคุณกับผู้ที่วิจารณ์ผม มีใครบ้างไม่เคยผิด ชีวิตผมทำอะไรผิด
ตั้งเยอะแยะ สำนึกผิดไม่น่าอายหรอก คุณแค่ต้องใช้ทัศนคติแบบนี้ต่อนักเรียน จึงจะกระตุ้นให้
นักเรียนกล้าที่จะถามมากขึ้น มนุษย์ทุกคนต่างมีคำถามมีข้อสงสัย ขอแค่พวกเราไม่ทิ้งคำถามนั้น
ไปก็พอ

ขอบคุณครับ

问:您刚才说的“问题教学”,我非常赞成。但是在应试教育的情况下,作为一个乡村教师我该怎样激发学生问问题的意识呢?谢谢!

易中天:谢谢!我觉得这应该不是问题,因为我不相信世界上有不问问题的孩子。孩子天性就是要问问题的,只不过这种天性往往被压抑了。家长和老师常常会对他们说:你不该问,你不准问,你问不得,你问的问题是可笑的。这样他就不敢问了,以后他就对提问失去了信心,你再想让他问问题是不可能的。

所以你可以告诉孩子,什么问题都可以问,没关系。你也可以告诉孩子,不懂不是可耻的事情。不懂就问,说明你有求知欲。要表扬他。然后你还要告诉家长,不要压抑孩子提问。回答不了没关系,回答不了就说:“老师真的回答不了,这个问题老师也不知道,等老师知道答案再告诉你好吗?”孩子一定会说“好”,孩子不会说:这个问题都回答不了,你当什么老师。孩子都是好孩子。

当然,回答问题确实需要智慧,这个只能在我们的实践中去积累经验。但是有一条我觉得很重要,就是“坦诚以对”。有人说不可能吧,你易中天能够做到不说假话吗?我说做得到。因为我有一个办法,就是我会把不合适说出来的真话烂在肚子里。康德说过,一个人所说的必须真实,但他没有义务把所有的真实都说出来。说一部分,藏一部分,说出来的仍然全是真话。

没错,这里面有些时候是需要技巧的。有一次讲座,领导干部坐在前排,普通民众座位都在后面。当时就有人不干了,说凭什么他们坐在前面。我就说:我个人理解主办方这样安排,是他们认为领导干部更需要学习。

经常有人跟我说:易中天你出硬伤了。遇到这种情况,我首先是核实。如果确实我错了,第一件事就是“认帐”;第二是“道歉”,向读者道歉;第三是“道谢”,向批评者说“谢谢”。谁没犯过错误啊?我的人生就充满了错别字。认错不丢人。你只要用这种态度去对待学生,学生提问的积极性就会上来了。所有的人都是有好奇心的,只要我们不抹杀就好。

谢谢!

ถาม – สวัสดีครับอ.อี้จงเทียน ผมเป็นครูชนบท วันนี้ผมถามคำถามที่ไม่เกี่ยวกับการศึกษา
ได้มั๊ยครับ ?

อี้จงเทียน – ได้ครับ

ถาม – คนจำนวนมากบอกว่าคนจีนเป็นพวกขาดศรัทธา ตัวผมก็ขบคิดมาตลอด ผมอยากถาม
อ.อี้จงเทียนว่า อ.มีศรัทธามั้ย ช่วยแชร์เรื่องนี้ให้พวกเราฟังหน่อยได้มั๊ยครับ?

อี้จงเทียน – ได้ครับ ขอบคุณครับ

ผมขอบอกกับครูผู้ร่วมวิชาชีพท่านนี้ว่า ตัวผมมีอยู่สามไม่ คือ ไม่มีพรรค ไม่มีพวก ไม่มีศรัทธา
และโดยส่วนตัวผมเชื่อว่า ศรัทธาเป็นสิ่งไม่จำเป็น

“ศรัทธา” คืออะไร ศรัทธาก็คือ “เชื่ออย่างแน่วแน่ต่อสิ่งลึกลับ ศักดิ์สิทธิ์เหนือธรรมชาติ”  เชื่อ
ว่าสิ่งนั้นมีอยู่จริง และสิ่งนั้นไม่ใช่ธรรมชาติของสัมคมมนุษย์ อย่างเช่นพระเจ้า เทวดา เพราะ
พวกเขาไม่ใช่ธรรมชาติ ดังนั้นจึงไม่สามารถอธิบายได้ด้วยวิทยาศาสตร์ เพราะเขาไม่ได้อยู่ภายใต้
สังคมของมนุษย์ ดังนั้นจึงไม่สามารถพิสูจน์ได้ด้วยประสบการณ์ในชีวิต การทดลองทางวิทยาศาสตร์
ก็พิสูจน์ไม่ได้ ประสบการณ์ในชีวิตก็เอาไปใช้พิสูจน์ไม่ได้ ทำอย่างไรหละ? ก็ได้แต่ศรัทธา ดังนั้น
มีแค่ศรัทธาแบบนี้ถึงจะเรียกว่าศรัทธา อย่างอื่นไม่เรียกว่าศรัทธา นี่คือข้อแรก ต้องนิยามศรัทธาก่อน

ข้อที่สอง ประชาชาติจีนไม่เคยมีศรัทธามาแต่ไหนแต่ไร พวกเราชาวจีนเป็นชนชาติที่ไม่มีศรัทธา
ชาวจีนไม่มีแนวคิดเรื่องศาสนา เป็นฝั่งตรงข้ามกับศาสนา เพราะจิตวิญญานของวัฒนธรรมจีน เป็นจิต
วิญญานของคน จิตวิญญานของความจริง จิตวิญญาณของศิลปะ นี่ทำให้เราไม่มีแนวคิดเรื่องศาสนา
ไม่มีศรัทธา แน่นอน ผมพูดถึงเฉพาะกลุ่มชาวฮั่น ของขออภัยด้วยสำหรับคุณครูของชนกลุ่มน้อย
โปรดเข้าใจว่า ผมพูดถึงชาวฮั่น ชาวฮั่นมีคำพูดว่า “แม่นถึงเชื่อ” ความหมายชัดเจน ไม่แม่นเราก็ไม่เชื่อ
ผมเชื่อก็เพราะต้องการให้แม่น นี่ไม่ใช่ศรัทธา นี่คือ “สัจจนิยม”

แต่ว่า พวกเราชาวฮั่นหลายพันปีมานี้ไม่มีศรัทธาก็ไม่เห็นเกิดอะไรขึ้น ใช่มั๊ย เหตุผลอยู่ที่ว่าพวกเราชาว
ฮั่นตั้งแต่ยุคราชวงศ์โจวเริ่มต้น ก็คือ”ใช้ทฤษฎีแทนศาสนา” แม้พวกเราไม่มีศรัทธา แต่ก็ให้คุณค่ากับ
ความเป็นจริง มีคุณธรรมพื้นฐาน ดังนั้นสามพันปีผ่านไปอย่างต่อเนื่อง และสังคมของเราก็มีรากฐานมั่นคง
ตอนนี้ปัญหาคืออะไร ไม่ใช่ “ไม่มีศรัทธา” แต่เป็น “ไม่มีคุณธรรมพื้นฐาน” คุณบอกว่าเอาเมลามีนใส่นม
ผงนี่เพราะไม่มีศรัทธาหรือ ยกย่องเขามากไปแล้วหละ คนสมัยก่อนก็มีการหลอกลวงกัน อ่านเรื่อง “ขงอี่จี๋”
ของหลู่ซวิ่น ก็จะรูว่าร้านเหล้าสมัยก่อนก็มีการเจือน้ำ ใส่น้ำร้อนลงไปปน แต่ห้ามใส่ยาพิษนะ ตอนนี้
พวกเราต้องมีคุณธรรมพื้นฐาน  ต้องบอกกับทุกคนว่ามีเส้นบางเส้นที่ไม่สามารถก้าวลงไปมากกว่านี้ได้
เป็นพื้นฐานที่เราไม่รักษาไว้ไม่ได้ มีบางเรื่องที่ห้ามทำเป็นอันขาด ไม่ต้องบอกอย่างดราม่า บอกอย่าง
ตรงไปตรงมาก็พอ

นี่เป็นคำตอบที่ผมตอบเกี่ยวกับ”ศรัทธา” ขอบคุณครับ

问:易老师您好,我是一名乡村教师。我今天能不能问一个和教育不相关的问题呢?

易中天:可以。

问:很多人都说中国人缺少信仰,我一直也在思考。我想问一下易老师,您有信仰吗?可以和我们分享吗?

易中天:好,谢谢。

我可以负责任的告诉这位同行:本人无党、无派、无信仰,属于“三无人员”。而且我个人认为,不需要信仰。

什么叫“信仰”?信仰就是“对超自然和超世俗之神秘存在的坚决相信”。就是你相信一个对象他是存在的,但他又不是自然界或人类社会的,比如上帝、神。因为他不是自然界的,所以不能通过科学实验来证明;因为他也不是人类社会的,所以不能通过生活经验来证明。科学实验也不能证明,生活经验也不能证明,怎么办呢?只能信仰。所以,只有这种相信才叫信仰,其他的都不能叫信仰。这是第一,信仰的定义。

第二点,中华民族从来就没有信仰。我们这个民族是一个无信仰的民族,中华民族是没有宗教意识、彼岸观念和信仰的。因为中华文化的精神,是人本精神、现实精神、艺术精神。这就决定了我们没有宗教意识,没有信仰。当然,我说的只是汉族哦!抱歉!抱歉!少数民族的老师请你们理解,我说的是汉族。汉民族有一个说法,叫“信则灵”。意思也很清楚,不灵我就不信,我信是为了灵。这就不是信仰了,这是“实用主义”。

但是,我们这个汉民族几千年没有信仰也没出事儿啊,是不是?原因就在我们汉民族从周代开始,就是“以伦理代宗教”。虽然没有信仰,但是有核心价值观,有道德底线。所以三千年来文明不中断,而且社会基本稳定。现在的问题是什么?不是“没有信仰”,而是“没有底线”。你说往奶粉里面放三聚氰氨是没有信仰吗?太抬举他了。古人也有做假的。我们读鲁迅先生的《孔乙己》,就知道酒里面要掺水。但也只能放一点开水,不能放毒啊!我们现在要守住底线,要告诉大家最基本的东西不能丢,有些最基本的底线是不能不守的,有些事情是绝对不能做的。不要唱高调,做一点实实在在的就可以了。

这是我对信仰问题的回答。谢谢!

ถาม – อาจารย์อี้จงเทียนสวัสดีครับ มีคนบอกว่าครูก็คือ “วิศวกรแห่งจิตวิญญานของมนษย์” ผม
ไม่เห็นด้วยนัก

อี้จงเทียน – ผมไม่เห็นด้วยซักนิดเลยครับ

ถาม – ยังมีคนบอกว่าครู คือ “เทียนไข” ผมเห็นว่า ครูมีหน้าที่ให้การศึกษาคน แต่พวกเราไม่สามารถรับ
ภาระทั้งหมดได้ ไม่ควรเสียสละเผาผลาญตัวเองเพื่อให้แสงสว่างคนอื่น หรือให้สังคมต้องเห็นครูต้องเสีย
สละไปกับตา ให้คุณค่าจากการผลาญตัวเอง ครูก็เป็นคนๆหนึ่งในสังคม ความเข้าใจของผม หากจะเปรียบ
เทียบให้เป็นแสงสว่างจริงๆ ครูควรจะเป็นไฟที่ผลิตจากโซล่าเซลล์ หรือไฟฉายที่ไม่ใช้พลังงาน

อี้จงเทียน – ผมเห็นด้วย

ถาม – ยังมีคนเปรียบเทียบเป็น “คนสวน” ผมเองเห็นด้วย เพราะคนส่วนปลูกพืชปลูกดอกไม้เพื่อเลี้ยงตัว
เอง ใช้น้ำพักน้ำแรงของตัวเองแลกมาซึ่งความงดงาม ขอบคุณครับ

อี้จงเทียน – เชิญนั่งครับ ถ้าหากจะเปรียบเทียบครูกับอะไรซักอย่างจริงๆ วิศวกร เทียนไข คนสวน ผมต่าง
ก็ไม่เห็นด้วย เพราะจุดร่วมของทุกสิ่งที่ว่ามาอย่างหนึ่งคือ ไม่เห็นว่านักเรียนเป็นคน ที่พูดว่าเป็นวิศวกรของ
จิตวิญญาณ ความหมายก็คือคิดว่านักเรียนเป็นเครื่องจักร ขันน๊อตออกแล้วเข้าไปซ่อมแซมข้างในได้ ไม่งั้น
จะสร้างวิญญาณขึ้นมาได้ยังไง วิญญาณของเขาประกอบขึ้นมาด้วยน็อตได้หรือ คนสวนก็ยังไม่คิดว่า
นักเรียนเป็นคน เป็นดอกไม้ใบหญ้า นักเรียนเป็นคนนะ ดังนั้นผมเห็นว่า ครูที่ดีที่สุดก็คือเพื่อนของนักเรียน
เพื่อนที่ดี(เสียงปรบมือ) ครูที่ดีที่สุดคือหัวใจดวงที่มีให้แก่นักเรียนของตน จากนั้นสื่อสารกับเขา โตไปกับเขา
แต่ต้องจำไว้ ไม่ว่าการโตขึ้นของใครต่างก็เป็นเรื่องของคนๆนั้นเอง ใครจะโตแทนไม่ได้ และจะบังคับให้เติบ
โตก็ไม่ได้ด้วย

ขอบคุณครับ

ถาม – ผมกับอ.อี้จงเทียนอายุเท่ากัน มีประสบการณ์เหมือนๆกัน มีอุดมคติอย่างเดียวกัน ตัวผมเองอยากเป็น
ครู แต่ตอนหลังเบนเข็มไปเป็นหมอ ในใจผมค่อนข้างจะให้เคารพในวิชาชีพครู ดังนั้นสามปีหลังผมจึงกลับไป
เป็นครูชนบท

อี้จงเทียน – ขอบคุณอย่างยิ่งครับ

问:易老师您好!有人说教师是“人类灵魂的工程师”,我不完全赞同。

易中天:我完全不赞同。

问:还有人说教师是“蜡烛”。我认为,教师有责任育人,但是我们不能承担全部的责任。不应该牺牲自己照亮别人,或者是社会眼睁睁看着老师牺牲,以消耗为代价,老师也是社会人。我的理解,如果非要比喻成照明工具的话,老师应该是有一套自身自带蓄电或者不用电却有照明功能的。

易中天:我同意。

问:对于“园丁”的比喻我个人很认同。因为园丁以养花种草养活自己,用自己的劳动换取美。

谢谢!

易中天:您请坐。如果一定要把老师做一个形象比喻的话,工程师、蜡烛、园丁,我都不赞同。因为他们共同的一点,是不把学生当人。灵魂工程师的说法,意思就是学生是一架机器,螺丝可以下下来,然后在里面修,否则你怎么可以塑造他的灵魂?他的灵魂是你可以用螺丝刀什么的改装吗?园丁还是不把学生当人,当花、当草。学生是人啊!所以我认为,最好的老师是学生的朋友,好朋友。(掌声)最好的老师是一片爱心对待自己的学生,然后跟他交流,伴随他成长。但是要记住,任何人的成长都是自个儿的事,谁都不能代替,更不能强迫。

谢谢!

问:我跟易老师是同龄人,有着相同的经历、相同的理想。我本来是想当一名教师,后来歪打正着做了一名医生。在我的心目当中,对于老师我是比较崇拜的,所以连续三年我都接待乡村教师回家。

易中天:非常感谢。

ถาม – ปัญหาของผมคือ ระหว่างครูกับเด็กวิธีใดสื่อสารถึงกันได้ดี? ตอนนี้ภาระของนักเรียนหนักมาก พ่อแม่
ก็ปวดหัว ปัญหาก็คือตอนพวกเราเป็นพ่อเป็นแม่  จะมาสอนหนังสือเสริมให้ลูกๆได้อย่างไรกัน ต้องเอาภาระ
หนักหน่วงแต่ละอย่าง ฝากไว้ให้กับนักเรียนหรือ ผมรู้สึกว่านี่เป็นปัญหาที่น่าปวดหัวปัญหานึง และก็ค่อนข้าง
เป็นปมปัญหาที่แก้ยาก ขอบคุณครับ

อี้จงเทียน – เรื่องนี้พูดถึงหลักการแล้ว ผมก็แก้ไม่ได้ มันเป็นปัญหาของระบบ แรงกดดันมากมายขนาดนี้
ก็เพราะผู้คนเป็นหมื่นอยากจากข้ามสะพานไม้สะพานเดียวกัน วิธีแก้ง่ายนิดเดียว ตัดไฟแต่ต้นลม อย่าไปข้าม
สะพานนั้น

ทำไมทุกคนต้องไปแออัดกันอยู่บนสะพานนั้นหละ? เพราะว่าคุณได้แต่ต้องผ่านชั้นประถม แล้วถึงไปชั้นมัธยม
พอไปถึงมัธยม ถึงเข้ามหาวิทยาลัยได้ เข้ามหาวิทยาลัยได้ ถึงหางานดีๆได้ ถึงรับราชการได้ สอบเอ็นทรานซ์
กลายเป็นสอบระดับประเทศ ทำไมทุกคนต่างก็ต้องสอบราชาการหละ เพราะสอบได้ราชการเท่านั้น ถึงมีชีวิต
ที่เป็นที่ภาคภูมิได้ มีเด็กชนบทคนนึงที่พ่อแม่บอกกับเค้าว่า ลูกเอ๋ย หนูต้องเป็นข้าราชการให้ได้นะ เป็นราชการ
ได้เท่านั้น พ่อกับแม่ที่อยู่ชนบทถึงไม่ถูกรังแก

问:我的问题是老师怎么样和学生之间有一个好的沟通?现在学生的负担确实很重,家长也很头痛,这个问题就是在我们做家长的时候,怎么样来辅导学生的家庭作业的同时呢?是不是要把一块一块的大的、整个的压力都压在学生身上?我觉得这是一个比较头痛的问题,也是比较纠结的问题。

谢谢您!

易中天:这事从根本上讲,我是解决不了的,这是体制问题。压力之所以重,是因为“千军万马过独木桥”。解决的办法很简单,釜底抽薪,不过独木桥。

为什么大家都去挤这个独木桥呢?因为你只有上了好的小学,才能上好的中学;上了好的中学,才能上好的大学;上了好的大学,才能找到好的工作,才能考公务员,叫“国考”。为什么大家都考公务员呢?因为只有考上了公务员,才能过上有尊严的生活。有一个农村孩子的父母亲跟他说:儿啊,你一定得考上公务员。你只有做了官,你爹你娘在村里才不受欺负呀!

นี่เป็นปัญหาสังคม สังคมของพวกเราควรเป็นอย่างไรหนะหรือ ควรให้ทุกๆสัมมาอาชีพ ต่างเป็นที่ภาคภูมิมากพอ
ไม่ว่าจะเป็นภารโรง ข้าราชการ หรือแม้แต่โสเภณี ต่างได้รับความเคารพ ทุกๆคนมีความภาคภูมิ แต่ละคนมี
ความปลอดภัยในร่างกายของตน ผลประโยชน์ของสาธารณะไม่ถูกทำลายทำร้ายได้ หรือแบบในประเทศที่
พัฒนาแล้ว งานยิ่งใช้แรงงาน งานยิ่งไม่สะอาด งานที่ไม่มีคนยอมทำ ยิ่งได้รายได้มาก เป็นอย่างนี้แล้วจะไม่มี
แรงกดดัน ไม่มีแรงกดดัน ทุกคนก็ผ่อนคลายลงได้ ครูก็จะไม่เหนื่อย นักเรียนก็ไม่เหนื่อย ก็สามารถบรรลุจุด
ประสงค์ของการศึกษาได้ คนก็จะพัฒนาศักยภาพได้อย่างอิสระรอบด้าน

ในฐานะพ่อแม่ วิธีของคุรคือไม่เพิ่มความกดดันใดๆให้กับลูก เขาสอบได้อะไรก็ให้เขาได้อย่างนั้นไป แต่จะต้อง
ให้เขาเป็นคนที่ซื่อสัตย์ เป็นคนดี เป็นคนที่แข็งแรง เป็นคนที่มีความสุข

ขอบคุณครับ

这就是社会问题。我们的社会应该怎么样?应该让所有从事各种行业、职业的人都得到足够的尊重。不管他是清洁工、公务员还是性工作者,都要得到足够的尊重。每个人都是有尊严的,每个人的人身安全、公民权益都是不能受到损害的。甚至在发达国家,越是脏活、累活、没有人干的活,薪水越高。这样就不会有压力了。没有了压力,大家放松下来,老师也不累,学生也不累,就可以实现教育的根本目的——人的全面自由发展。

作为家长,你的办法就是不给孩子施加任何压力,他考成啥样是啥样。但是一定要让他做一个真实的人,一个善良的人,一个健康的人,一个快乐的人。

谢谢!

20
Jun
12

วีรบุรุษ


คำสุดท้ายของผขรผู้กล้า “ที่รัก ผมไปละ”

“最美司机”与妻子的最后道别:老婆,我走了

บนทางด่วน จู่ๆโดนแผ่นเหล็กที่ลอยตรงเข้ามากลางอากาศกระแทกเข้า กลับคุมสติได้ ประคองชีวิตตัวเองให้
ปฏิบัติหน้าที่คนขับต่อไปได้ คือการใช้ชีวิตตัวเองปกป้องชีวิตผู้โดยสาร  เมื่อวาน… เรื่องราววีรกรรมของนาย
หวูปิน พขร.บริษัทหังโจวกลายเป็นทอล์กออฟเดอะทาวน์ ผู้คนต่างกระจายข่าวผ่านแมสเซจ เวปบอร์ดและ
เครื่องมือสื่อสารต่างๆนาๆ ยกย่องเชิดชูให้กับ “วีรบุรุษสามัญชน”คนนี้

在高速上,突然被天降铁块狠狠砸中,却临危不乱,用自己的生命履行了司机的职责,用自己的
生命守护了全车乘客……昨天,杭州司机吴斌的英雄事迹成了全国的关注热点,人们纷纷通过手机
短信、微博等各种形式向这位“平民英雄”致敬。

เมื่อวานตอนเช้า ผู้ว่าเมืองหังโจรีบรุดไปที่บ้านของนายหวูปิน ไปเยี่ยมเยียนสมาชิกของครอบครัวเขา สดุดี
วีรกรรมความกล้าหาญของนายหวูปิน และแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งถึงการเสียชีวิตในหน้าที่ของเขา

昨天上午,杭州市领导赶到吴斌家中,看望慰问了吴斌的家属,对吴斌的英勇之举给予了高度评价,
对吴斌的意外殉职表示沉痛的哀悼。

ผู้เขียนเข้าไปในบ้านของนายหวูปิน สัมภาษณ์ภรรยา ลูกสาว เพื่อนผู้ร่วมงาน และผู้ที่โดยสารรถที่เขาขับ
เพื่อประติดประต่อ เรื่องราวของ”วีรบุรุษสามัญชน”

记者也走进吴斌家中,试图从他的妻子、女儿、同事及当时坐吴斌车的乘客口中,寻找“平民英雄”的印记。

วางลี่เจินผู้เป็นภรรยา
“ที่รัก พี่ไปละ” กลายเป็นคำบอกลาครั้งสุดท้ายของเขา

妻子汪丽珍:

“老婆,我走了”成了他最后的道别

บ้านของหวูปินอยู่ในอพาร์ทเม้นเก่าๆหลังนึงในเขตจาวฮุย พ่อแม่ ภรรยา และลูกสาว แออัดกันอยู่ในห้อง
ขนาดประมาณเจ็ดสิบตารางเมตรที่มีเพียงสองห้องนอน

吴斌的家在朝晖五区一幢破旧的单元楼里,父母、夫妻俩和女儿挤在两室一厅70平方米左右
的房子里。

ภายในห้องตกแต่งอย่างง่ายๆ ฝ้าเพดานก็แทบจะหล่นลงมา มีห้องที่มีหน้าต่างนี้ ซึ่งก็คือห้องนอนของ
พ่อแม่เขา ข้างในมียาหลากหลายประเภทกองเต็มไปหมด แม่ของหวูปินเคยเป็นโรคปอด ต้องทานยาตลอด
พ่อก็ป่วยเป็นโรคพาคินสัน ซึ่งก็ต้องทานยาเพื่อควบคุมอาการ

房屋的装修很简单,天花板已经脱落。一间有窗户的房间,是吴斌父母的卧室,里面堆满了杂物
和药品,吴斌母亲曾得过肺癌,一直在吃药,父亲则得了帕金森病,也需要吃药控制。

อีกห้องหนึ่งอยู่อาศัยกัน 3 คน ห้องเล็กๆห้องนี้ใช้กั้นเป็นสองห้องด้วยประตูบานเลื่อน หวูปินและภรรยาอยู่ใน
ฝั่งที่ไม่มีหน้าต่าง อีกด้านที่พอจะมีแสงเข้ามาทางระเบียงได้ ก็ให้ลูกสาววัย 16 หวูทัวเป็นห้องนอนและอ่านหนังสือ

另一间房间住着吴斌一家三口,小小的房间用一道推拉门隔成两间,吴斌夫妻住在没有窗户的
里侧,靠阳台的一侧因为光线好,被16岁的女儿吴悦当做卧室兼书房。

วางลี่เจินภรรยาของหวูปิน นั่งอยู่ฝั่งหนึ่ง อยู่ข้างๆสามีเค้าอย่างเงียบๆ เธอเข้มแข็งมาก ไม่มีน้ำตาซักหยด
สิ่งที่หวูปินทิ้งให้กับเธอเป็นที่ระลึกสิ่งสุดท้าย หยุดลง ณ วันที่ 29

吴斌的妻子汪丽珍坐在一旁,默默地陪着丈夫。她很坚强,没有流眼泪。吴斌留给她最后的记忆,
停留在29日清晨。

วันนั้นประมาณตี 5 หวูปินตื่นแล้ว รีบไปทำงานที่สถานีขนส่งสายเหนือ ทำทำทุกอย่างตามปกติ เอาอาหารเช้า
ที่ภรรยาเตรียมไว้ในคืนก่อน ซุกเข้าไปในกระเป๋าเป้ แล้วเข้าไปในห้องนอนอีกครั้ง เพื่อบอกลาภรรยา

那天早上5点半左右,吴斌就起床了,赶着去汽车北站上7点半的早班。他像往常一样,把妻子前
一天晚上准备好的早餐往背包里一揣,再进到卧室,与爱人道个别。

ขณะที่ยังงัวเงีย วางลี่เจินได้ยินสามีพูดอยู่ประโยคเดียว “ที่รัก พี่ไปละ” คิดไม่ถึงว่านี่จะเป็นคำสุดท้ายที่หวูปิน
ฝากไว้ให้เธอ ถ้าหากย้อนเวลากลับไปได้ จะทำอย่างไรครับ ” ไม่รู้สิ ไม่กล้าคิด” ตาของวางลี่เจินแดงขึ้น
“จะต้องห้ามเค้าไว้ ไม่ใ้ห้เค้าไป”

迷迷糊糊中,汪丽珍听到丈夫说了一句:“老婆,我走了。”没想到,这成了吴斌留给她的最后
一句话。要是时间能够倒流,会做些什么呢?“不知道,不敢去想。”汪丽珍的眼圈红了,
“肯定是拉住他,不让他走!”

วางลี่เจินบอกกับผู้สื่อข่าว เที่ยงวันที่ 29 เธอได้รับโทรศัพท์จากเพื่อนผู้ร่วมงาน ให้เธอไปที่หวูซี “เพื่อนของ
หวูปินไม่ยอมบอกชั้นว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ให้แต่ชั้นไปหวูซี ไปดูแลหวูปิน” วางลี่เจินกล่าว “แต่ในใจชั้นรู้สึก
กระวนกระวาย หวูปินจะต้องเกิดเรื่องแน่ ตอนนั้นขาชั้นอ่อนไปหมด”

汪丽珍告诉记者,29日中午,她接到吴斌同事打来的电话,让她去无锡。“吴斌同事不肯跟我说
到底什么事,就让我去无锡,照顾吴斌。”汪丽珍说,“可我心里隐隐约约地觉得,肯定吴斌出事了,
当时我的腿就发软了。”

ตั้งแต่วางลี่เจินไปพบหวูปินนอนอยู่บนเตียงที่โรงพยาบาลในหวูซี ถึงตอนที่หวูปินเสียชีวิตในวันที่ 1 เดือน 6
ตอนเช้าตรู่ หวูปินไม่ได้พูดอะไรทิ้งไว้ให้เธอซักคำ  แต่เธอรู้ว่าในใจสามียังเป็นหว่งเธอ “ชั้นรู้ว่าเค้าไม่อยาก
จากชั้นไป” วางลี่เจินกล่าว “เค้าสลึมสลือตลอด แต่ชั้นลูบหน้าผากเค้า กุมมือเค้าไว้ เค้าก็มีบางอย่างตอบโต้
ปากขยับได้ ผงกหัวขึ้น คิดจะพูดอะไรกับชั้นซักอย่าง”

从汪丽珍赶到无锡见到躺在医院病床上的吴斌,到6月1日凌晨吴斌去世,吴斌都没有给她留下一
句话,不过她知道丈夫心里对她的牵挂。“我知道他不舍得我。”汪丽珍说,“他一直昏迷,但是我
摸他的额头,握住他的手,他都有反应,嘴巴会动,头抬起来,想要和我说些什么。”

“最美司机”吴斌此前照片

ในคอมพิวเตอร์ของวางลี่เจิน ยังมีคลิปช่วงที่หวูปินถูกก้อนเหล็กพุ่งเข้าใส่ เป็นวีดีโอที่บันทึกภาพไร้เสียงของ
การทำงานอย่างสมบูรณ์ในหน้าที่ของเขา “เคยดูครั้งนึงทนดูอีกเป็นครั้งที่สองไม่ได้” วางลี่เจินกล่าว “ปกติเค้า
เป็นคนที่อดทนมากครั้งนี้ก็อดทนทำจนสำเร็จ รถไม่ได้เสียหลักเลยแม้ซักนิดเดียว”

在汪丽珍的电脑里,保存着那段吴斌被铁块击中,镇静完成一系列安全操作动作的视频。“看过一次,
不忍心再看第二次。”汪丽珍说,“他平时就很能熬,这次就是熬着完成这些动作的,车头一点都没歪。”

วางลี่เจิน แต่งงานกับหวูปิน ในเดือน 5 ปี 1994 ฐานะไม่ได้สุขสบายนัก จากสภาพที่อยู่ของพวกเขา ก็สามารถ
รู้ได้ในจุดนี้

汪丽珍和吴斌1994年5月结婚,生活并不是那么富裕,这从他们居住环境,就能看得出来。

แม้จะผ่านชีวิตมาอย่างยากเย็น แต่หวูปินและภรรยาก็มีความรักให้แก่กันดีทั้ง 18 ปีที่ผ่านมา ทั้งสองไม่เคย
ทะเลาะกันนอกจากทำงานแล้ว ทั้งสองก็จะไปไหนมาไหนด้วยกัน ไปดูหนังด้วยกัน ไปฟิตเนสด้วยกัน เหมือน
กับคู่ข้าวใหม่ปลามันตลอดมา

虽然日子过得清苦,可吴斌夫妻俩18年来感情一直很好,两人从没红过脸。除了上班,两人同进
同出,一起看电影,一起上健身房,就像新婚那样甜蜜。

ในวันที่ 29 เดิมทีหวูปินนัดกับภรรยาไว้แล้ว ว่าตอนกลางคืนจะไปดูหนัง “เขาบอกว่าคืนนี้จะกลับมาเร็วหน่อย
ไปดูหนังกัน พวกเราเพิ่งซื้อคูปองลดราคาตั๋วหนังครึ่งนึงก่อนหน้านี้ไม่นาน”

29日当天,吴斌本来和妻子约好,晚上去看电影,“他说晚上会早点下班,一块去看电影,我们
前阵子刚买了5折的电影券。”

วันที่ 31 พวกเค้าเตรียมตัวจะไปเที่ยวที่ลี่เจียง มลฑลหยุนหนาน “วันพักร้อนของหวูปินเค้าก็ขอลาไว้เรียบร้อย
แต่ไหนมาก็ไม่เคยจะไปเที่ยวไหนไกลขนาดนี้ วางแผนครั้งนี้เป็นครั้งที่ไปไกลสุด ก่อนหน้านี้ครึ่งเดือนก็เข้า
เน็ตหาข้อมูลเพื่อวางแผนท่องเที่ยว เดิมทีจะไปดูเขาหิมะอวี็หลง”

31日,他们原本准备去云南丽江旅游。“吴斌他年休假都请好了。从没去过这么远的地方旅游,
这是计划中最远一次旅行,半个月前就在网上查资料做旅行攻略,原本准备去看玉龙雪山。”

เดิมทีหวูปินกับภรรยานัดกันไว้ ว่าในสองวันนี้ พวกเขาจะไปซื้อแหวนแต่งงาน ไว้ใส่ทั้งสองคน “พวกเราแต่งงาน
กันมานานขนาดนี้ แต่ไม่เคยได้สวมแหวนแต่งงาน เสียดายมาตลอด อยากจะชดเชยความเสียดายนี้ซะ
คิดไม่ถึง….” เสียงวางลี่เจินตะกุกตะกักปนสะอื้น

吴斌原本还和妻子约定,这两天,他们一块去买对戒,两个人一起戴。“我们结婚这么久了,从来
没有对戒,一直是个遗憾,原本想把这个遗憾补上,没想到……”汪丽珍的声音都哽咽了。

หวูทัวลูกสาวของเขากล่าวว่า
พ่อไปแล้ว  หนูต้องพยุงบ้านเราไว้

女儿吴悦:

爸爸走了,我要撑起这个家

หวูปินจากไป ทำให้สองตายายต้องเสียลูก ภรรยาต้องเสียสามี ลูกต้องจากไปก่อบิดา คือความโศรกเศร้า
อย่างยิ่ง แต่ว่า แม้ถูกลุมเล้าด้วยความโศกเศร้าแสนเข็ญ แต่ครอบครัวนี้ก็ยังคงยืนหยัด ยังคงต้อนรับแขกทุกคน
ที่เข้ามาร่วมไว้อาลัย จัดการเรื่องศพของหวูปิน อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง โดยเฉพาะลูกสาวของหวู่ปิน วัย 16 ปี
ที่มีสีหน้าที่ไม่สะทกสะท้านต่อความเศร้านี้ ทำให้ผู้คนที่พบเห็นทั้งเศร้าและหดหู่

吴斌的离开,让这个家庭承受了老年丧子、中年丧偶、幼年丧父的三重悲痛,不过,尽管被浓浓的
悲哀笼罩着,但这个家庭依然很坚强。接待每一位前来悼念的客人,安排吴斌的后事,都有条不紊
地进行着,尤其是吴斌16岁的女儿吴悦脸上倔强的表情,令人又心疼又难过。

“หนูไม่น่าจะทำกับพ่อแย่ขนาดนี้นะ” นี่คือคำสุดท้ายก่อนคุณพ่อเสียชีวิตไปที่หวูทัวรับรู้ ตั้งแต่เล็กหวูทัวสนิทกับ
พ่อมาก พูดจากับคุณพ่อเหมือนเป็นเพื่อนกัน ค่อนไปทางไม่รู้จักเด็กรู้จักผู้ใหญ่ นี่กลายเป็นสิ่งที่ทำให้หวูทัวเสียใจ

“我不应该对爸爸这么不好。”这是吴悦知道爸爸去世后说的第一句话。吴悦从小就和爸爸特别亲,
和爸爸说话就像朋友一样,有点没大没小,这成了吴悦最后悔的事。

“最美司机”吴斌此前照片

เมื่อวานช่วงเช้า ก่อนเธอมาถึงงานศพของคุณพ่อ คุณอากุมมือเธอ บอกกับเธอว่า “จะต้องเข้มแข็ง อย่าร้องไห้!”
เธอทำได้ เธอไม่ได้ร้อง 
เขาพูดอย่างเข้มแข็งกับผู้เขียนว่า “พ่อเป็นคนที่ยิ่งใหญ่ในใจของหนู พ่อสูงส่งมาก หนู
จะมีชีวิตอยู่ต่อไปอย่างเข้มแข็ง หนูจะต้องดูแลคนในบ้าน ไม่ให้ใครๆผิดหวัง ทั้งครอบครัวของหนู รวมทั้งเพื่อนด้วย”

昨天上午,当她来到爸爸灵前时,姑姑握着她的手,对她说:“要坚强,不能哭!”吴悦真的做到了,
没有哭。

她坚定地对记者说:“爸爸在我心中很伟大,很崇高。我会坚强地活下去,我要照顾家里人,不想让
身边所有人失望,包括我的家人、朋友。”

หวูทัวพูดกับผู้เขียนว่า พ่อคือแบบอย่างของเธอ “ต่อจากนี้หนูจะไปดูหนังเป็นเพื่อนแม่ ไปเที่ยวเป็นเพื่อนแม่
หนูจะต้องเข้มแข็งต่อไปเหมือนที่พ่อเข้มแข็งอย่างนั้น อดทนผ่านเรื่องนี้ไปได้ก็จะโอเคขึ้นเอง”

吴悦告诉记者,爸爸就是她的榜样。“以后我陪妈妈去看电影,去旅行,我一定要坚持下来,
就像爸爸那样坚持,熬过这个坎就好了。”

ผู้โดยสาร
คุณหวูหยุดรถได้อย่างมั่นคงมาก
ตอนเกิดเหตุแทบไม่รู้สึกอะไรเลย

车上乘客:

吴师傅车停得很稳

事发时几乎没感觉

เมื่อวานในกลุ่มผู้ที่มาร่วมไว้อาลัยหวูปิน มีสี่คนที่อยู่ในฐานะพิเศษ พวกเขาก็คือผู้ที่นั่งอยู่บนรถที่
คุณหวูปินขับจากหวูซีเข้าหังโจวในวันที่ 29อวี๋กว๋อฟู่ หานเหว่ยชุน ซุนซีหนาน หลิวสือปิน ย้อนนึกถึง
เหตุการณ์อันน่าระทึกในวันนั้น พวกเขาไม่ได้รู้สึกตกใจ แต่เป็นความรู้สึกประทับใจ

昨天到吴斌家中悼念的人们当中,有四个人身份特殊,他们就是29日当天,乘坐吴斌驾驶的
从无锡开往杭州大巴车的乘客:余国富、韩维春、孙锡南、柳石兵。回忆当初的惊险一刻,
他们的感觉不是惊慌,而是感动。

“ตอนนั้นแทบไม่รู้สึกอะไร ขนาดรถยังไม่มีการแฉลบซักนิด” หานเหวยชุนพูดถึงเหตุการณ์ในวันนั้น
“ตอนนั้นผมนั่งอยู่แถวที่สามนับจากท้ายไ ด้ยินเสียงปังเข้าทีนึง เสียงดังมาก แต่พวกผมยังคิดว่าเป็นรถ
คันอื่น ไม่ได้ใส่ใจ จากนั้นก็เห็นรถค่อยๆหยุดลง คุณหวูยืนขึ้นแล้วหันตัวมาทางพวกเรา ตอนนั้น คุณหวู
ดูท่าทีไม่ปกติแล้ว หน้าซีดเหลืองไปหมด เหงื่ออกเป็นเม็ดๆเต็มหน้า เค้าเปิดประตูรถ ให้พวกเราออก
ไปอย่างเป็นระเบียบ พวกเราพยุงเขาเข้าไปด้านหลัง ให้เค้านอนลง ตอนนั้นมีผู้โดยสารหญิงคนนึงก็
โทรเรียก 120″

“当时几乎没感觉,连车子都没偏一下。”乘客韩维春回忆说:“当时我坐在倒数第三排,
听见乒一声响,声音很大,不过我们还以为是别的车子,没太在意。然后就看到车子缓缓地
停了下来,吴师傅站起来向我们转过身。那时候,吴师傅已经有点不对劲了,脸色蜡黄,
满脸豆大的汗,他把车门打开,让我们不要乱跑,就说不出话来了。我们把他扶到后面,
让他躺下,这时候有个女乘客就打120了。”

ซุนซีหนาน ผู้โดยสารอายุ 66 ปี แม้อายุจะมากผ่านเรื่องราวมามากมาย แต่ก็รู้สึกสะเทือนใจ “ไม่รู้สึก
อะไรซักนิดจริงๆ ก็รู้แต่ว่ารถหยุดลงคุณหวูพูดกับพวกเราไม่กี่คำก็ไม่ไหวแล้ว ตอนที่พวกเราวิ่งเข้าไป
ดูเค้า เห็นแค่ว่าแขนคุณหวูได้รับบาดเจ็บ ไม่คิดว่าจะเลือดตกใน เดิมทีตอนที่พวกเรายังวางแผนว่าตอน
กลับหวู่ซี จะไปเยี่ยมเค้าที่โรงพยาบาลซักหน่อย”

66岁的乘客孙锡南虽然大半辈子经历了许多事情,但也深受震撼:“真的没什么感觉,就
觉得车子停下来了,司机吴师傅和我们说了几句话就不行了。我们跑上去看的时候,只见
吴师傅手臂上有伤,没想到他会内出血。本来我们还打算回无锡的时候,到医院去看看他的。”

“ผมขับรถมาสิบกว่าปี รู้ว่าตอนที่รายกายบาดเจ็บขนาดนี้ หยุดรถได้แบบนี้ก็แสนจะยากแล้ว” หลิวสือปิน
ผู้โดยสารอีกคนกล่าว “ต้องนับถือเขาจริงๆ แล้วก็ต้องขอบคุณเค้าอย่างยิ่งด้วย ตอนนั้นถ้าหากพวกมาลัย
หมุนนิดเดียว  ไม่หยุดรถ พวกเราก็ไม่รู้ว่าจะยืนปลอดภัยอยู่ตรงนี้ได้ยังไง”

“我开了十多年的车了,知道在剧痛的情况下,能够把车停住是多么艰难的事。”乘客柳石兵说,
“真的很佩服他,也非常感谢他,当时如果他方向盘一偏,没有把车停下,那现在我们也
不知道能不能安安全全地站在这里了。”

อวี๋กว๋อฟู่ผู้โดยสารอีกคนกล่าวว่า “พวกเราต้องมาพบเค้าเป็นครั้งสุดท้าย มาขอบคุณเค้า”

乘客余国富说,“我们一定要来见他最后一面,谢谢他。”

หวางซวี่หมิงผู้ร่วมงาน
คนที่รักการออกกำลังกายอย่างเค้า ใช้ชีวิตตัวเองรับแรงกระแทกนั้นไว้

同事王旭明:

热爱健身的他

用生命扛下了这一击

เมื่อหวูปินจากไป ผู้อำนวยการบริษัทรถโดยสารหังโจวจัดการให้พนักงานแต่ละชุดไปที่บ้านของเขา
ปลอบขวัญคนในครอบครัว และแสดงความเสียใจ ให้พนักงานไปอยู่ใกล้ๆทั้งวันทั้งคืน และ้ยังจัดการเรื่อง
โรงแรม ให้พ่อแม่ของหวูปินได้อยู่อาศัยด้วยกัน

吴斌去世后,杭州长运第一时间分批安排工作人员到吴斌家,做好家属的安抚工作,及吊唁
接待工作,组织工作人员彻夜陪同。并且安排好宾馆,供吴斌父母及亲属居住。

กรรมการบริษัทรถโดยสารหังโจว เช่นหว่างเต๋อยุ่นได้ไปเยี่ยมเยือนหลายครั้ง หวางเต๋อยุ่นชื่นชมว่าหวูปิน
คือ “ผขรผู้กล้า” เป็นแบบอย่างของผขรของบริษัท เป็นผู้กล้าของผู้โดยสาร ให้ทุกคนในบริษัทเรียนรู้จาก
หวูปิน เพื่อนร่วมงานก็ทยอยเข้าร่วมไว้อาลัย

杭州长运董事长、总经理王德润等公司领导多次前往探望,王德润称赞吴斌是“最美司机”,
是杭州长运司机的楷模,是乘客的卫士,要在全公司掀起向吴斌同志学习的高潮。一拨拨的
同事也纷纷前去吊唁。

各界吊唁“最美司机”

หวางซวี่หวิง เป็นพขรของบริษัทรถโดยสารหังโจว เมื่อช่วงเช้าเมื่อวาน เขาและเพื่อนผู้ร่วมงาน ได้มาส่ง
พี่น้องร่วมอาชีพเป็นครั้งสุดท้าย หวูปินมาวิ่งรถเส้นหังโจวหวูซีตั้งแต่ 2003 ก็ได้ร่วมงานกับหวางซวีหมิง
เช้าวันที่ 29 เวลา 7 โมงครึ่ง หลังจากหวูปินออกรถ ยังได้พบกับหวางซวี่หมิง สองคนยังได้ทักทายกัน

王旭明是杭州长运客运二公司的驾驶员,昨天上午,他和同事们一起,来送兄弟一程。吴斌
2003年来客运二公司跑杭州无锡线,就和王旭明共事。29日早上7点半,吴斌发车的时候,
还碰到王旭明,两个人打了声招呼。

“ตัวหวูปินเองเป็นคนประหยัด นอกจากชุดเล่นกีฬา ก็ไม่มีชุดดีๆอะไร ใส่ไปใส่มาแต่ชุดทำงาน”
หวางซวี่หมิงกล่าวว่า “แต่ว่าบางครั้งก็ใจใหญ่มาก เมื่อเหตุการณ์ร่ามบริจากช่วยเหลือแผ่นดินไหวที่เวินชวน
เขากระตือรือร้นมาก คนอื่นบริจาคพอเป็นพิธีซัก 50 หยวน แต่เค้าบริจาค 100 หยวน”

”吴斌自己很节俭,除了运动服,都没什么好衣服,穿来穿去都是工作服。“王旭明说,”
不过有时候又很大方,像5.12地震捐款,春风行动,他都很积极,别人都捐个50元意思一下,
可他会捐100元。”

ซึ่งที่ฝังใจหวางซวี่หมิงอีกเรื่อง ก็คือเรื่องความแข็งแรงของหวูปิน หวางซวี่หมิงกล่าวว่า “หวูปินชอบออก
กำลังกาย บนรถเ้ค้ายังติดดัมเบลไว้ ว่างเมื่อไหร่ก็ต้องยกขึ้นมากออกกำลัง”

让王旭明记忆深刻的,还是吴斌强壮的身子。王旭明说:“吴斌很喜欢健身,他的车上都带着哑铃,
有空的时候就操起来练两把。”

แต่ครั้งนี้เค้าใช้ชีวิตรับแรงปะทะนี้ แลกกับชีวิตผู้โดยสารอีก 24 คน “ก้อนเหล็กลองเข้ามาปะทะกับตัวด้วย
ความเร็วขนาดนี้ ถ้าหากเป็นคนที่ตัวผอมกว่านี้หน่อย ต้องทนรับไม่ได้แน่ฯ” หวางซวี่หมิงกล่าวว่า “เค้าสามารถ
อดทนทำทุกอย่างให้ปลอดภัยบงได้ ต้องถือว่าเคราะห์ดีที่เค้าเป็นคนที่แข็งแรง

而这次他用生命扛下了这一击,换回了24名旅客的生命。“铁块这么快的速度飞过来砸在身上,
稍微瘦小点的人,肯定当场就不行了。”王旭明说,“他能坚持完成这一系列安全动作,多亏他的好
体格。”

09
Mar
12

ฎีกาออกศึกของจูเก๋อเลี่ยง(ขงเบ้ง)


งานเขียนของใครก็ย่อมปรากฎร่องรอยของบุคลิกภาพและความคิดของคนๆนั้น
ฎีกาออกศึก คืองานเขียนของจูเก๋อเลี่ยง หรือที่เราคนไทยรู้จักกันในนามขงเบ้ง
ในประวัติศาสตร์มีฎีกาออกศึกของจูเก๋อเลี่ยงอยู่สองฉบับ ฉบับที่ใช้แปล
ออกมาในบทนี้คือฉบับแรก ซึ่งนักประวัติศาสตร์เห็นว่าเป็นผลงานของจูเก๋อเลี่ยง
แน่นอน(ในขณะที่ฉบับหลังเป็นที่ถกเถียงกัน)

ฎีกาออกศึกฉบับแรกนี้เขียนในช่วงที่จะยกทัพขึ้นเหนือตีแคว้นเว่ย
(แค้วนของโจผีบุตรชายโจโฉ)ภาษาและเนื้อหาที่ใช้ แสดงถึงความเป็นจูเก๋อเลี่ยง
ได้อย่างดี ไม่เพียงแต่สละสลวยงดงาม ยังแฝงไว้ถึงความทุ่มเทห่วงใยในหน้าที่
และแผ่นดินที่ตนรักษาอยู่ ขณะเดียวกัน เนื้อหาบางด้านก็ทำให้เห็นถึงความสัมพันธ์
ที่ไม่ธรรมดาระหว่างจูเก๋อเลี่ยง(ขงเบ้ง) หลิวเป้ย(เล่าปี่-ปฐมกษัตริย์) และ
หลิวซ่าน(เล่าเสี้ยน-อาเต๊า-ฮ่องเต้องค์ต่อมา)

ความซาบซึ้งกินใจของฎีกานี้ ถึงขั้นที่เยว่เฟย(งักฮุย) แม่ทัพวีรบุรุษแห่งราชวงศ์ซ่ง
คัดลอกเอาไว้คอยเตือนใจ

และทุกครั้งที่อ่านก็ทึ่งไม่หาย ที่ฎีกาออกศึกนี้ทำให้เราได้สัมผัสถึงบุคลิกภาพของ
นักการปกครองที่ยิ่งใหญ่เมื่อกว่า 1,800 ปีมาแล้ว

การแปลของผม เทียบเคียงจากฉบับแปลภาษาปัจจุบันของจีน และใช้ฉบับไทยที่
มีผู้เคยแปลไว้แล้วหลายสำนวนเทียบเคียงกัน

ในขณะที่หลายสำนวนที่แปลไทย มีความชดช้อยสวยงาม สำนวนที่ผมแปลนี้จะเน้น
ให้กระชับตามภาษาจีนซึ่งผมเอาไว้ประกอบการแปลซับไตเติ้ล รายการ “อี้จงเทียน
พิเคราะห์สามก๊ก” ครับ

————————————————————————————

出师表
ฎีกาออกศึก

臣亮言:
กระหม่อม(จูเก๋อ)เลี่ยง ขอทูล

先帝创业未半,而中道崩殂;今天下三分,益州疲敝,此诚危急存亡之秋也。
อันภารกิจปฐมกษัตริย์มิถึงครึ่ง กลับสวรรคต บัดนี้ใต้หล้าแบ่งสามส่วน อี้โจวอ่อนแอ
เป็นกาลวิกฤติแห่งการคงอยู่หรือดับสูญ

然侍卫之臣,不懈于内;忠志之士,忘身于外者:盖追先帝之殊遇,欲报之于陛下也。
ทว่าขุนนางราชองครักษ์ ทำราชการมิย่อหย่อนที่ภายใน ขุนพลทหาร ภักดีพลีชีพที่ภายนอก
ด้วยสำนึกในสิ่งที่ปฐมกษัตริย์ได้ดูแล จึงปรารถนาตอบแทนแก่ฝ่าบาท

诚宜开张圣听,以光先帝遗德,恢弘志士之气;不宜妄自菲薄,引喻失义,以塞忠谏之路也。
ขอควรสดับฟังเหล่าขุนนาง ให้คุณธรรมปฐมกษัตริยที่ฝากไว้ฉายรัศมี แผ่ขยายกำลังขวัญแก่ทหารกล้า
มิบังควรจะดูแคลนตน ให้บังเกิดดำรัสอันไม่เหมาะสม จนปิดกั้นทางชี้แนะของผู้ภักดี

宫中府中,俱为一体;陟罚臧否,不宜异同:
ในวังและตำหนัก รวมเป็นหนึ่งกาย เลื่อนลดโทษบำเน็จ มิควรเหลื่อมล้ำ

若有作奸犯科,及为忠善者,宜付有司,论其刑赏,以昭陛下平明之治;不宜偏私,使内外异法也。
หากมีผู้ทุจริตผิดอาญา, และผู้ภักดีมีความชอบ ควรมอบหมายฝ่ายตุลาการ จัดบำเน็จหรือลงโทษ
เพื่อประกาศความยุติธรรมในการปกครอง มิควรลำเอียง ให้เกิดแบ่งแยกนอกในคราใช้กฎหมาย

侍中、侍郎郭攸之、费依、董允等,此皆良实,志虑忠纯,是以先帝简拔以遗陛下:
ตำแหน่งซื่อจง ซื่อหลาง อันได้แก่ กัวโยวจือ เฟ่ยอี ต๋งหยวิ่น เป็นต้น ภักดีมีคุณธรรม
ปณิธานเที่ยงแท้บริสุทธิ์ ดังนี้ปฐมกษัตริย์จึงคัดเลือกฝากไว้แก่ฝ่าบาท

愚以为宫中之事,事无大小,悉以咨之,然后施行,必得裨补阙漏,有所广益。
กระหม่อมเห็นว่าเรื่องราชการไม่ว่าน้อยใหญ่ ควรขอความเห็นพวกเขา แล้วจึงปฎิบัติ
จะเป็นการปิดกั้นรอยรั่ว มีประโยชน์มหาศาล

将军向宠,性行淑均,晓畅军事,试用之于昔日,先帝称之曰“能”,是以众议举宠为督:
แม่ทัพเซี่ยงฉ่ง นิสัยเที่ยงธรรม ปรุโปร่งการทหาร เมื่ออดีตได้ช่วงใช้ ปฐมกษัตริย์กล่าวว่าเป็น
“ผู้สามารถ” ดังนี้ผู้คนจึงยก(เซี่ยง)ฉ่งเป็นผู้บังคับบัญชา

愚以为营中之事,事无大小,悉以咨之,必能使行阵和穆,优劣得所也。
กระหม่อมเห็นว่าเรื่องการทหารไม่ว่าน้อยใหญ่ ควรขอความเห็นพวกเขา จักสามารถ
สมัครสมานร่วมใจ ให้เด่นด้อยล้วนมีที่ใช้

亲贤臣,远小人,此先汉所以兴隆也;亲小人,远贤臣,此后汉所以倾颓也。
ใกล้ขุนนางประเสริฐ หลีกไกลคนถ่อย คือเหตุแห่งรุ่งเรืองของฮั่นยุคต้น ใกล้คนถ่อย
หลีกไกลขุนนางประเสริฐ คือเหตุแห่งความล่มจมของฮั่นยุคหลัง

先帝在时,每与臣论此事,未尝不叹息痛恨于桓、灵也!
เมื่อปฐมกษัตริย์ยังอยู่ สนทนากับกระหม่อมเรื่องนี้ทุกครา
มิมีครั้งใดมิถอนใจเจ็บแค้นในหวน(ตี้) หลิง(ตี้)

侍中、尚书、长史、参军,此悉贞亮死节之臣也,愿陛下亲之、信之,则汉室之隆,可计日而待也。
ตำแหน่ง ซื่อจง ซั่งซู จ๋างสื่อ ชานจวิน เหล่านี้คือขุนนางภักดีพลีชีพเพื่อราชสำนักได้
ขอฝ่าบาทใกล้ชิด วางใจ วงศ์ฮั่นจะสามารถเฟื่องฟู ในอีกไม่นานวัน

臣本布衣,躬耕南阳,苟全性命于乱世,不求闻达于诸侯。
เดิมกระหม่อมเป็นสามัญชน ทำไร่ไถนาที่หนานหยาง เพียงขอรักษาชีวิตในกลียุค ไม่คิดถามหายศศักดิ

先帝不以臣卑鄙,猥自枉屈,三顾臣于草庐之中,谘臣以当世之事,由是感激,遂许先帝以驱驰。
ปฐมกษัตริย์ไม่ถือข้าต้อยต่ำ ลดศักดิ์เสียเกียรติ์ มาเยือนกระหม่อม สามครั้ง ณ กระท่อมหญ้า
ไต่ถามกระหม่อมเรื่องบ้านเมือง เพราะว่าซาบซึ้ง แล้วจึงให้องค์ปฐมกษัตริย์ได้ช่วงใช้

后值倾覆,受任于败军之际,奉命于危难之间:尔来二十有一年矣。
ภายหลังถึงคราพ่าย ได้รับหน้าที่สำคัญ ในภาระที่ยากลำบาก นับเป็นยี่สิบเอ็ดปีแล้วหนอ

先帝知臣谨慎,故临崩寄臣以大事也。
ปฐมกษัตริย์รู้ว่ากระหม่อมรอบคอบ มอบงานใหญ่ให้กระหม่อมเมื่อใกล้สวรรคต

受命以来,夙夜忧虑,恐付托不效,以伤先帝之明;故五月渡泸,深入不毛。
จากนั้นเป็นต้นมา คืนวันหันห่วง เกรงคำฝากไร้ผล ให้ปรีชาปฐมกษัตริย์เป็นราคี
ดังนี้เดือนห้าจึงข้าม(แม่น้ำ)หลู เข้าลึกแดนกันดาร

今南方已定,甲兵已足,当奖帅三军,北定中原,庶竭驽钝,攘除奸凶,兴复汉室,还于旧都:
บัดนี้ทางใต้สงบ ยุทโธปกรณ์พร้อมพรัก ควรปลุกขวัญสามทัพ เหนือสยบจงหยวน
หวังอุทิศความสามารถอันสามัญ กำจัดทุรชน ฟื้นฟูวงศ์ฮั่น คืนกลับนครเก่า

此臣所以报先帝而忠陛下之职分也。
นี่คือหน้าที่ที่ข้าแทนคุณปฐมกษัตริย์และภักดีต่อฝ่าบาท

至于斟酌损益,进尽忠言,则攸之、依、允等之任也。
ส่วนเรื่องพิจารณาคุณโทษ ขอทูลด้วยใจภักดิ์สุด ว่าเป็น (กัว)โยวจือ (เฟ่ย)อี (ต๋ง)หยวิ่น รับหน้าที่

愿陛下托臣以讨贼兴复之效,不效则治臣之罪,以告先帝之灵;
หวังฝ่าบาทฝากภาระปราบโจรและฟื้นคืน(ฮั่น)แก่กระหม่อม มิสำเร็จขอลงโทษกระหม่อม
เพื่อวิญญาณแห่งปฐมกษัตริย์ได้ยินดี

若无兴复之言,则责攸之、依、允等之咎,以彰其慢。
หากไร้คำแนะนำอันสัตย์และประเสริฐ ให้ลงโทษ(กัว)โยวจือ (เฟ่ย)อี (ต๋ง)หยวิ่น
ที่ละเลยเพิกเฉยให้ประจักษ์แจ้ง

陛下亦宜自谋,以谘诹善道,察纳雅言,深追先帝遗诏。
ฝ่าบาทก็ควรคิดอ่านการณ์เอง ไต่ถามทางประเสริฐ ช่วงใช้คำอันสง่า
หวนรำลึกคำสั่งเสียของปฐมกษัตริย์

臣不胜受恩感激!
กระหม่อมซาบซึ้งสำนึกในคุณนัก

今当远离,临表涕泣,不知所云。
บัดนี้ควรจากลา หลั่งน้ำตาต่อหน้าฏีกานี้ มิรู้จะกล่าวคำอื่นใดอีก

17
Dec
11

เฉาชงชั่งช้าง


อ่านออกเสียงหัวเรื่องแล้วอย่าเพิ่งพาลนึกไปว่าเป็นวลีทดสอบความสามารถ
ของการพลิกลิ้นออกเสียงนะครับ

“เฉาชง” เป็นลูกของเฉาเชา(โจโฉ) หนึ่งในบุคคลสำคัญของเรื่องสามก๊ก
หากแต่ชื่อของเฉาชง ไม่มีปรากฎอยู่ในพงศาวดารสามก๊กที่เราอ่านๆกัน
ทั้งนี้เนื่องจากชื่อเฉาชง ปรากฎอยู่ในเอกสารฉบับอื่น ซึ่งหลัวก้วานจง(ล่อกวนตง)
ผู้ประพันธ์พงศาวดารสามก๊กไม่ได้แต่งรวมเข้าไปในเนื้อเรื่องด้วย
ผลที่ตามมาคือ เฉาชงเป็นชื่อสำเนียงจีนกลาง ไม่มีสำเนียงฮกเกี้ยน
แบบที่ใช้ในสามก๊กฉบับแปลไทยให้เราได้รู้จักคุ้นเคยกันครับ
(แซ่”เฉา”จีนกลาง ก็คือแซ่”โจ”ในสำเนียงฮกเกี้ยนครับ)

เฉาชง จึงเป็นบุคคลในสามก๊กที่คนไทยไม่ค่อยรู้จักกันนัก

เฉาชงเป็นเด็กน้อยแสนฉลาดในประวัติศาสตร์ เนื่องจากล้มป่วยเสียชีวิตตั้งแต่
อายุยังน้อยจึงถูกฟรีซไว้เป็นเด็กน้อยเจ้าปัญญาเช่นนั้นตลอดไป
(เมื่อตอนเรียนบทนี้ เหล่าซือที่สอน พูดถึงตอนนี้ก็บอกว่า “คนจีนมีความเชื่อ
อยู่ว่า อัจฉริยะมักตายไว” T-T)

เฉาชงเป็นลูกที่เฉาเชา(โจโฉ)รักมาก ถึงขั้นมีใจที่จะแต่งตั้งให้เป็นผู้สืบอำนาจ
ต่อจากตน…รู้ได้อย่างไรหนะหรือครับ

เพราะในเอกสารชิ้นหนึ่งระบุว่า เมื่อเฉาชงล้มป่วยเสียชีวิตในปีเจี้ยนอันที่ 13
เฉาเชาร่ำไห้ยกใหญ่ เมื่อเฉาพี(โจผี)เข้าไปปลอบ เฉาเชา(โจโฉ)เอ่ยว่า
“ลูกชงจากไป นี่คือโชคร้ายของข้า แต่กลับเป็นโชคดีของพวกเจ้าทั้งหลาย!”
นัยยะคือ พวกลูกๆที่เหลืออยู่ก็จะได้มีโอกาสสืบต่ออำนาจจากเฉาเชาได้ง่ายขึ้น
(ในตอนนั้นเฉาอ๋าง บุตรคนโตที่มีโอกาสสืบทอดตำแหน่งมากที่สุด ได้เสียชีวิตไปแล้ว)

อย่างไรก็ดี แม้จะไม่มีชื่ออยู่ในพงศาวดาร แต่สำหรับคนจีนแล้ว รู้จักเฉาชงเป็นอย่างดี
จากเรื่อง “เฉาชงชั่งช้าง” เรื่องเฉาชงชั่งช้างเวอร์ชั่นที่ผมจะเอามาลง มาจากบทเรียน
ที่ผมได้เรียนครับ คำศัพท์ไม่ยากมากนัก เป็นนิทานให้เด็กๆจีนอ่านกัน จึงขอเอามาลง
ทั้งฉบับจีนและแปลไทยกำกับไว้ด้วยเลยนะครับ

———————————————————–

曹冲称象-เฉาชงชั่งช้าง

中国历史上有个很有名的军事家叫曹操。
ในประวัติศาสตร์จีน มีนักการทหารที่มีชื่อท่านหนึ่ง ชื่อว่าเฉาเชา

有一次,有人送给曹操一头大象。曹操十分高兴。
他领带手下的官员们和七岁的小儿子曹冲去看。
ครั้งนึง มีคนส่งช้างให้กับเฉาเชาเชือกหนึ่ง เฉาเชาิยินดียิ่ง
เขานำบรรดาลูกน้องกับลูกน้อยอายุ 7 ขวบนามเฉาชงไปดูด้วยกัน

这头大象又高又大,光说腿就有宫殿的柱子那么粗,
人跟他站在一起,还够不到它的肚子。
ช้างเชือกนี้สูงใหญ่นัก แค่ขาก็ใหญ่ขนาดเสาของพระราชวังแล้ว
เมื่อให้คนไปยืนข้างๆ ยังสูงไม่เท่าท้องของมัน

曹操对大家说:“这头大象真大,你们谁有办法称出
它的重量呢?”可是,这么大个家伙,怎么称呢!
官员们都围着大象发愁。
เฉาเชาพูดกับทุกคนว่า “ช้างเชือกนี้ใหญ่นัก พวกท่านคนไหนมีวิธีชั่ง
น้ำหนักของมันบ้าง” แต่ว่า เจ้าช้างตัวใหญ่ขนาดนี้ จะชั่งได้อย่างไรกัน!
บรรดาขุนนางต่างห้อมล้อมครุ่นคิดอยู่รอบช้างเชือกนั้น

有人说:“造一杆大称来称它吧。”
มีคนบอกขึ้นมาว่า “สร้างตาชั่งยักษ์มาชั่งมันเถิด”

马上就有人反对:“这得造多大的一杆秤呀!再说,
大象是活的,也没办法称呀!”
มีคนคัดค้านขึ้นทันใด “มันต้องสร้างตาชั่งใหญ่ขนาดไหนกันเล่า! แล้วอีกอย่าง
ช้างมันยังมีชีวิต ทำให้ชั่งไม่ได้ด้วย”

官员们想了许多办法,但是都不可行。
บรรดาขุนนางคิดวิธีมามากมาย แต่ต่างก็ทำไม่ได้

这时,曹冲对曹操说:“爸爸,我有个办法。”
ขณะนั้นเอง เฉาชงพูดขึ้นกับเฉาเชาว่า  “ป่าป๊า ข้ามีวิธี”

“你有什么办法呀?快说出来让我们听听。”,
曹操笑着说。
“เจ้ามีวิธีอะไรหรือ? รีบบอกให้พวกเราฟังหน่อย”
เฉาเชาหัวเราะ

听了曹冲的办法,曹操连连说好。
เมื่อได้ฟังวิธีของเฉาชง เฉาเชาบอกว่า”ดีๆ ” ไม่ขาดปาก

官员们跟着曹操父子来到河边。河里停着一只大船,
曹冲叫人把大象牵到船上,等船稳定了,沿着水面,
在船上画一条线。然后,再把大象牵到岸上来,把
石头一块一块地往船上装。这时,大家都明白了,
把船里的石头都称一下,把重量加在一起,就知道
大象有多种了。
บรรดาขุนนางตามเฉาเชาและลูกมาถึงริมแม่น้ำ ในแม่น้ำมีเรือใหญ่จอดอยู่ลำหนึ่ง
เฉาชงเรียกให้คนจูงช้างขึ้นไปบนเรือ รอเรือลอยนิ่งแล้ว ก็ขีดเส้นระดับน้ำลงที่
ข้างเรือ จากนั้น ก็นำช้างจูงออกจาเรือมาที่ฝั่ง แล้วนำก้อนหินทีละก้อนค่อยๆบรรจุ
ลงบนเรือ ในตอนนั้นเอง ทุกคนต่างเข้าใจในบัดดล
เมื่อนำก้อนหินในเรือมาชั่งดู แล้วนำน้ำหนักมารวมกัน ก็จะรู้ได้ว่าช้างหนักเท่าไหร่

曹操得意地看着官员们,好像心里在说:“你们看,
我的小儿子够聪明的吧!”
เฉาเชากระหยิ่มยิ้มย่องมองไปที่บรรดาขุนนางทั้งหลาย ราวกับกำลังคิดอยู่ในใจว่า
“พวกเจ้าทั้งหลายดูสิ ลูกของข้าฉลาดขนาดไหน!”

———————————————————–

12
Sep
11

《观音山》电影里嫦娥与后羿的对话


女:为什么你跟别人都可以,就不能跟我?
。。。
男:我总觉得一个男人当他拥有很多东西以后才可能拥有他喜欢的女人
可是,我一直不明白,那很多东西指的是什么?
女:就算是你一无所有,你也能够得到你想要的东西。
男:你不是男人,不会懂的。
。。。。
女:你也不是女人。

这是在 2010《观音山》电影里面的一番对话。

使我有趣的,就是好像这就是五千多年前嫦娥与后羿的对话。
男啊女啊,五千年来,都没有什么变化。

祝你中秋节快乐?。。。

陈安邦。




ยินดีต้อนรับเข้าสู่โลกของการแบ่งปันและเรียนรู้ครับ ถ้าถูกใจ Subscribe ได้เลยครับ

Enter your email address to subscribe to this blog and receive notifications of new posts by email.

Join 37 other followers

Top Clicks

  • None

Flickr Photos

More Photos

Follow

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 37 other followers